หมวดยอดนิยม : เสื้อผ้าแฟชั่น , โน๊ตบุ๊ค , แต่งงาน , กล้องวงจรปิด , ขายสุนัข , รถมือสอง , กล้องดิจิตอล , คอนโด , อุปกรณ์สำนักงาน , แท็บเล็ต


หมวด : พระเครื่อง ตลาดพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง

ขายแล้ว.........พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ เนื้อผิวสัมผัสเป็นมัน-หนึก-แกร่งค่อนข้างจัด อาการหดเหี่ยว แตกกรุเจดีย์ใหญ่ ปี2500 Phasomdej watrakaunk
ราคา : 888,888 ฿
ต้องการ : ขาย
ประเภทสินค้า : สินค้ามือสอง
ยี่ห้อ : พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ กรุเจดีย์ใหญ่ แตกกรุเก่า2500
รุ่น : พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ กรุเจดีย์ใหญ่ แตกกรุเก่า2500
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 5 ก.ค. 2557 10:21:23
วันที่ประกาศ : 10 พ.ย. 2552 22:24:16
เข้าชม : 10,729 ครั้ง
IP : 125.25.100.1xx


ร้าน :
nextspeeds88 พระแท้ Thai Buddhist Amulets Old.

ชื่อผู้ประกาศ :
จักรพันธ์

E-Mail :

โทรศัพท์มือถือ :
081-6404457,081-1737421

ที่อยู่ :
ฝั่งธน

จังหวัด :

การติดต่ออื่นๆ :
e-mail, TEL

ความรู้เบื้องต้นในการซื้อสินค้า




พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ กรุเจดีย์ใหญ่ องค์นี้ผิวความเก่า เนื้อผิวสัมผัสเป็นมัน-หนึก-แกร่งค่อนข้างจัด อาการหดเหี่ยว สภาพด้านหลังมีอาการหดเหี่ยว ผุกร่นของเปลือกผิว จากแตกกรุก่อนปี 2500 วัดบางขุนพรหม(วัดใหม่)

พิมพ์ฐานคู่มีเพียงแม่พิมพ์เดียวในหมวดพิมพ์ของบางขุนพรหม การพิจารณาจึงค่อนข้างจับจุดได้ง่ายกว่าพิม์อื่นที่หลายบล็อค(แม่พิมพ์)

แต่ปัญหามีอยูบ้าง คืออาจจะสับสนกับพิมพ์ฐานแซมบางขุนพรหมที่มีบางแม่พิมพ์คล้ายกับพิมพ์ฐานคู่ การแยกพิมพ์อย่างหยาบให้พยายามจดจำเค้าโครงพิมพ์ทรงโดยรวมของพิมพ์ฐานคู่ ส่วนจุดเจาะลึกลงไปนั้นให้สังเกตเส้นหน้าอกองค์พระทั้งสองเนจะเป็นเส้นโปร่งขนานกัน ไม่เป็นเส้นทึบอย่างพิมพ์ฐานแซม อีกจุดอยู่ที่เส้นแซมใต้หน้าตักจะมีปลายเส้นด้านขวามือเรายื่นแหลม

พิมพ์ฐานคู่นอกจากจะพบในองค์พระเจดีย์ใหญ่รวมกับพิมพ์อื่นๆ แล้ว ยังพบในกรุเจดีย์เล็กด้วย พิมพ์ทรงคล้ายกัน แต่เนื้อหาต่างกันคือพระกรเจดีย์เล็กเป็นพระเนื้อแก่ปูน มวลสารน้อย และค่อนข้างเปราะบาง เนื้อไม่ทึบแกร่งและแน่นเหนียวเท่ากับพระกรุเจดีย์ใหญ่ องค์นี้ผิวความเก่า เนื้อผิวสัมผัสเป็นมัน-หนึก-แกร่งค่อนข้างจัด อาการหดเหี่ยว สภาพด้านหลังมีอาการหดเหี่ยว ผุกร่นของเปลือกผิว

พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุพระเจดีย์ใหญ่
เริ่มสร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๑๑ – ๒๔๑๓ มีทั้งหมด ๙ พิมพ์

๑. พิมพ์ใหญ่ ๖. พิมพ์สังฆาฏิ
๒. พิมพ์ทรงเจดีย์ ๗. พิมพ์ปรกโพธิ์
๓. พิมพ์เกศบัวตูม ๘. พิมพ์ฐานคู่
๔. พิมพ์เส้นด้าย ๙.พิมพ์อกครุฑ
๕. พิมพ์ฐานแซม

ได้ถูกลักลอบเปิดกรุถึงสามครั้ง และเปิดกรุเป็นทางการหนึ่งครั้ง รวมเป็นสี่ครั้ง

ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๒๕ พระอยู่ในกรุ ๑๒ ปี
ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๓๖ พระอยู่ในกรุ ๒๓ ปี
ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๔๕๙ พระอยู่ในกรุ ๔๖ ปี

พระที่นำออกมาครั้งนี้นักนิยมพระสมเด็จเรียกกันว่า “พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุเก่า”

ครั้งที่ ๔ เปิดกรุอย่างเป็นทางการ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๐ พระอยู่ในกรุ ๘๗ ปี

พระที่นำออกมาครั้งนี้นักนิยมพระสมเด็จเรียกกันว่า “ พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่ ”

พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุพระเจดีย์เล็ก
ปี พ.ศ.๒๕๐๘ พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส บูรณะวัดโดยได้ปรับปรุงบริเวณรอบองค์เจดีย์ใหญ่ซึ่งมี เจดีย์เล็ก เรียงรายรอบทั้ง ๔ ทิศของเจดีย์องค์ใหญ่ ทิศละ ๒ องค์ ตั้งซ้อนกันอยู่อย่างเป็นระเบียบรวมทั้งหมด ๘ องค์ และได้พบพระสมเด็จในเจดีย์องค์เล็กมีทั้งหมด ๖ พิมพ์ คือ

๑. พิมพ์ฐานคู่ ๔. พิมพ์ไสยาสน์
๒. พิมพ์ฐานหมอน ๕. พิมพ์ยืนประทานพร
๓. พิมพ์สามเหลี่ยม ๖. พิมพ์เจดีย์แหวกม่าน

ค้นพบ ปี พ.ศ.๒๕๐๘ พระอยู่ในกรุ ๙๕ ปี
จำนวน ไม่เป็นที่แน่ชัดเนื่องจากพระสมเด็จส่วนใหญ่ถูกช่างที่มาทำการบูรณะลักลอบนำออกไปแทบจะหมด คงประมาณเอาจากประสบการณ์จากผู้ใหญ่หลายๆท่านในสมัยนั้น กล่าวกันว่าประมาณสี่พันองค์
ส่วนในข้อถกเถียงกันที่ว่าสร้างพร้อมกันกับพระสมเด็จบางขุนพรหม ใน ปี พ.ศ.๒๔๑๑ หรือไม่ก็ต้องขอเรียนว่าสร้างพร้อมกัน และบรรจุกรุพร้อมกันด้วยเหตุผลก็คือการสร้างพระเจดีย์ที่บรรจุพระสมเด็จฯ นั้น ประกอบด้วยพระเจดีย์ใหญ่หนึ่งองค์รายล้อมด้วยพระเจดีย์เล็กทั้งสี่ทิศจำนวนแปดองค์ (ทิศละสององค์) จึงพบว่าไม่ว่าจะเป็นเนื้อมวลสาร ความเก่าตามกาลแห่งธรรมชาติ และที่สำคัญก็คือคราบกรุมีความคล้าย และ/หรือ มีความเหมือนกันแทบจะทุกประการ อันเนื่องด้วยองค์ประกอบจากสภาพทางธรรมชาติที่แวดล้อมในลักษณะเดียวกัน เช่น ความร้อน ความเย็น ความชื้น และที่สำคัญสภาวะน้ำท่วมใหญ่ ในกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2422 พ.ศ. 2460 และ พ.ศ. 2485 เป็นต้น
จำนวนการสร้างพระสมเด็จทั้งกรุพระเจดีย์ใหญ่ และกรุพระเจดีย์เล็ก ทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ องค์ เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์

คราบกรุของพระสมเด็จบางขุนพรหม (กรุพระเจดีย์ใหญ่ และกรุพระเจดีย์เล็ก)

๑. คราบไข ลักษณะเป็นฝ้าบางๆ (เหมือนน้ำต้มไขมันของวัวเมื่อเย็นลงจะแลเห็นคราบไขลอยอยู่เป็นผาเล็กบ้างใหญ่บ้าง) เคลือบอยู่บนองค์พระซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ตามบริเวณซอกขององค์พระ สีขาวนวลแกมเหลืองอ่อนๆ คราบนี้จะติดอยู่กับองค์พระและจะค่อยจางลงเมื่อพระถูกใช้ในระยะเวลาพอสมควร (เกิดจากความร้อนชื้นทำปฏิกิริยากับเนื้อมวลสาร พระสมเด็จในลักษณะนี้จะอยู่ตอนบนที่เรียกกันว่ากรุเก่า)

๑. พุทธศิลป์ทรงพิมพ์
๒. มวลสาร
๓. หลักความเป็นไปแห่งธรรมชาติ
๔. หลักแห่งวิทยาศาสตร์
๕. ฌานสมาบัตร

๑. ทรงพิมพ์ และพุทธศิลปะ จำให้แม่นยำว่ามีกี่ทรงพิมพ์ และแต่ละพิมพ์มีพุทธศิลปะอย่างไร หาข้อแตกต่างและเปรียบเทียบโดยให้ยึดหลักแห่งธรรมชาติเป็นสำคัญ

๒. พิมพ์ของพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพิมพ์ชิ้นเดียวตัดขอบและยกขึ้น จึงพบรอยขอบกระจก และปาดหลังด้วยวัสดุบาง เล็ก และมีคม ดังนั้นจะเห็นรอยคล้ายลูกคลื่น รอยแล่ง รอยกาบหมาก ฯลฯ ซึ่งเกิดจากการปาดหลัง และการวางพระลงในภาชนะรองรับเพื่อผึ่งตากเป็นสำคัญ

๓. คราบฟองเต้าหู้ ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีขาวขุ่น แข็งฝังในเนื้อพระ (เกิดจากความชื้น แฉะ)

๔. คราบไข ลักษณะเป็นฝ้าบางๆเคลือบอยู่บนองค์พระ สีขาวนวล คราบนี้จะติดอยู่กับองค์พระและจะค่อยจางลงเมื่อพระถูกใช้ในระยะเวลาพอสมควร (เกิดจากความร้อน ชื้น)

๕. คราบน้ำปูน ลักษณะเป็นฝ้าขาวมีความหนาบางไม่เท่ากัน สีขาวอมน้ำตาลอ่อน เกาะติดกับองค์พระแน่น (เกิดจากน้ำท่วมองค์พระเป็นเวลานานเมื่อน้ำลดลงคราบปูนที่ลอยอยู่บนผิวจะแห้งติดองค์พระ)

๖. คราบกระเบน ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายหนังกระเบน สีเทาแกมม่วงอ่อนๆ เกิดจากเม็ดทรายเกาะอยู่ทั่วองค์พระ แข็งมากไม่สามารถชำระล้างให้ออกได้ (เกิดจากพระที่ล่วงลงสู่พื้นปะปนกับดินและทรายเป็นเวลานาน)

๗. คราบน้ำผึ้ง ลักษณะเกิดจากปฏิกิริยาของพระที่ผ่านการใช้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาพอสมควร สีขององค์พระจะนวลคล้ายสีของน้ำผึ้งแต่แข็งแกร่ง มีน้ำหนัก และหนึกนุ่ม (เกิดจากมวลสาระสำคัญกับระยะเวลาตามธรรมชาติ)

๘. รอยปูไต่ และหนอนด้น ลักษณะอันเกิดจากเกสรดอกไม้ และมวลสาร ที่หลุดล่วงตามกาลเวลาแห่งธรรมชาติ

พระสมเด็จบางขุนพรหม (กรุพระเจดีย์ใหญ่)
พระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระในสกุล พระสมเด็จวัดระฆัง ที่สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี เป็นที่พึงปรารถนาแก่ประชาชนที่เคารพกราบไหว้พระคุณอันประเสริฐของท่าน นับวันมงคลวัตถุนี้กำลังจะหาได้ยากยิ่ง และราคาก็สูงยิ่งเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่เครารพบูชาท่านเป็นที่ยิ่ง และได้มีโอกาสครอบครองพระในสกุลพระสมเด็จวัดระฆังหลายรุ่น จึงได้พยายามศึกษาค้นคว้าประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และการสร้างพระสมเด็จ เทียบเคียงกันทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมากับหลักการทางวิทยาศาสตร์ และร่วมศึกษาหาความรู้ด้วยกันกับท่านทั้งหลาย เพื่อเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทาน

ปีพุทธศักราช ๒๔๑๐ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ท่านได้เริ่มทำการก่อสร้างพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางโปรดสัตว์ (ยืนอุ้มบาตร) โดยใช้ซุงทั้งต้นเป็นฐานราก และควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวท่านเองที่วัดอินทรวิหาร อันเป็นวัดที่ท่านได้จำพรรษาอยู่เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร ในระหว่างการก่อสร้างเสมียนตราด้วง ต้นสกุล ธนโกเศรษฐ และเครือญาติได้ปวารณาตนเองเป็นโยมอุปัฏฐากของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

ครั้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ "เสมียนตราด้วง" ต้นสกุล "ธนโกเศศ" ได้ทำการบรูณะพระอารามวัดใหม่อมตรส และปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ไว้เพื่อเป็นมหากุศล และเป็นพระเจดีย์ประจำตระกูล ตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น โดยได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นสององค์ องค์ใหญ่เพื่อบรรจุพระพิมพ์ต่างๆ ตามโบราณคติในอันที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนา และสร้างเจดีย์องค์เล็กเพื่อบรรจุอัฐิธาตุบรรพบุรุษ โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๑๑ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๑๓ จึงแล้วเสร็จ จากนั้นจึงได้กราบนมัสการขอความเห็นจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ในการสร้างพระสมเด็จเพื่อสืบทอดทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างมหาบุญแห่งวงศ์ตระกูล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ท่านได้ให้อนุญาต และมอบผงวิเศษที่ใช้ในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังของท่านให้ส่วนหนึ่ง (จากข้อเขียนของนายกนก สัชฌุกร ที่ได้สัมภาษณ์ท่านเจ้าคุณธรรมถาวรซึ่งมีชีวิตทันสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ความว่า ได้ผงวิเศษประมาณครึ่งบาตรพระ และทุกครั้งที่ตำผงในครกท่านเจ้าประคุณสมเด็จจะโรยผงวิเศษของท่านมากบ้างน้อยบ้างตามอัธยาศัยจนกระทั่งแล้วเสร็จ) เมื่อได้ผงวิเศษแล้วเสมียนตราเจิม และทีมงานก็ได้จัดหามวลสารต่างๆตรงตามตำราการสร้างพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ทุกประการ

ในเรื่องของการสร้างพิมพ์ขึ้นมาใหม่นั้นมีการจัดสร้างและแกะพิมพ์แม่แบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจำนวน ๙ พิมพ์ เป็นพิมพ์ชิ้นเดียวตัดขอบและปาดหลัง โดยฝีมือของช่างสิบหมู่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์แต่น่าจะเป็นคนละทีมกับช่างที่แกะพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง แต่เนื่องด้วยเป็นฝีมือช่างในยุคเดียวกันมีศิลปะในสกุลช่างเดียวกัน และต้นแบบที่สำคัญคือพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง ดังนั้นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมจึงมีความสวยงามใกล้เคียงกันกับพระสมเด็จวัดระฆังเป็นอย่างยิ่ง

จำนวนที่สร้างสันนิษฐานกันว่า ๘๔,๐๐๐ องค์ เท่ากับพระธรรมขันธ์ พระสมเด็จที่สร้างเสร็จจะมีเนื้อขาวค่อนข้างแก่ปูน

การปลุกเสกโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ได้เจริญพระพุทธมนต์และปลุกเสกเดี่ยวจนกระทั่งบริบูรณ์ด้วยพระสูตรคาถา

เมื่อได้ปลุกเสกเป็นที่สุดแล้วได้มีการเรียกชื่อพระสมเด็จนี้ว่าพระสมเด็จบางขุนพรหม ตามตำบลที่ตั้งของพระเจดีย์ และได้ถูกนำเข้าบรรจุกรุในพระเจดีย์ใหญ่ และพระเจดีย์เล็กทั้งสิ้นไม่มีการแจกจ่ายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด รวมทั้งมีข้อสันนิษฐานว่าได้นำพระสมเด็จวัดระฆังลงบรรจุกรุด้วยดังที่หลาย ๆ ท่านนิยมเรียกกันว่า ?พระสองคลอง

ในการลักลอบเปิดกรุทั้งสามครั้งนี้ ผู้ลักลอบได้ใช้วิธีต่าง ๆ เช่น การตกเบ็ด โดยใช้ดินเหนียวปั้นเป็นก้อนกลมๆ ติดกับปลายเชือกหย่อนเข้าไปทางรูระบายอากาศติดพระแล้วดึงขึ้นมา การใช้น้ำกรอกเข้าไปทางรูระบายอากาศเพื่อให้น้ำไปละลายการเกาะยึดขององค์พระเป็นต้น ซึ่งการลักลอบเปิดกรุทั้งสามครั้งนั้นพระสมเด็จที่ได้จะอยู่ในส่วนบนจึงสวย และมีความสมบูรณ์ นักนิยมพระสมเด็จเรียกกันว่า พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่า ซึ่งลักษณะของวรรณะจะปรากฏคราบกรุเพียงเล็กน้อย หรือบางๆเท่านั้น พิมพ์คมชัดสวยงามเนื้อหนึกนุ่ม เนื้อละเอียดมีน้ำหนักและแก่ปูน

ท้ายที่สุดคือการลักลอบขุดกรุที่ฐานในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ วิธีนี้ได้พระไปเป็นจำนวนมาก (เป็นที่มาของพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุธนา เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง ของพระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม หรือพระอาจารย์จิ้ม กันภัย ความว่าในตอนกลางคืนฝนตกไม่หนักมากนัก นักเลงพระทางภาคเหนือได้ร่วมกันลักลอบเจาะที่บริเวณใกล้ฐานของพระเจดีย์พอตัวมุดเข้าไปได้ และนำพระออกมาได้เป็นจำนวนมากจนหิ้วไม่ไหวประกอบกับกลัวเจ้าหน้าที่จะพบเห็นจึงทิ้งไว้ข้างวัดก็หลายถุง มีบุคคลผู้หนึ่งชื่อธนาบ้านอยู่ในละแวกวัดได้เก็บพระชุดนี้ไว้เป็นจำนวนมากจะเก็บได้จากผู้ที่ลักลอบทิ้งไว้หรือซื้อมาก็มิอาจทราบได้แต่ภายหลังได้ขายให้กับ คุณเถกิงเดช คล่องบัญชี ซึ่งเป็นศิษย์ของท่านเอง ซึ่งต่อมาได้เขียนหนังสือร่วมกับนายสุคนธ์ เพียรพัฒน์ เรื่อง สี่สมเด็จ ซึ่งพระสมเด็จบางขุนพรหมที่ซื้อมามีทั้งที่สวยงามมีคราบกรุน้อย และคราบกรุหนาจับกันเป็นก้อนก็มี) จนกระทั่งทางวัดใหม่อมตรส ได้ติดต่อให้กรมศิลปากรเข้ามาดูแล และเปิดกรุอย่างเป็นทางการโดยเชิญ พลเอกประภาส จารุเสถียร เป็นประธานในพิธีเปิดกรุเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๐ พระที่นำออกมาครั้งนี้นักนิยมพระสมเด็จเรียกกันว่า พระสมเด็จบางขุนพรหม กรุใหม่ เมื่อนำมาคัดแยกคงเหลือพระที่มีสภาพดีและสวยงามเพียงสามพันองค์เศษเท่านั้น ที่เหลือจับกันเป็นก้อน หักชำรุดแทบทั้งสิ้น ลักษณะของวรรณะส่วนใหญ่จะมีคราบกรุค่อนข้างหนาและจับกันเป็นก้อน ที่สภาพดีจะพบว่าผิวของพระเป็นเกล็ดๆทั่วทั้งองค์ หรือที่เรียกว่าเหนอะ มีคราบไขขาว ฟองเต้าหู้ คราบขี้มอด จะตั้งชื่อหรือเรียกว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ล้วนเกิดขึ้นจากปฏิกริยาระหว่างน้ำกับปูนและมวลสารที่เป็นองค์ประกอบของพระสมเด็จทั้งสิ้น ทั้งสภาพเปียกชื้น ร้อน เย็น และถูกแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานกับดินโคลน เป็นต้น แต่แปลกตรงที่ว่าพระสมเด็จบางขุนพรหมเมื่อถูกใช้สักระยะเนื้อจะเริ่มหนึกนุ่มใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดระฆังเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนในเรื่องของทรงพิมพ์ที่เรียกกันว่าพิมพ์นิยม ๙ พิมพ์นั้น พิมพ์ที่พบน้อยที่สุดคือพิมพ์ปรกโพธิ์ กล่าวกันว่ามีไม่ถึง ๒๐ องค์ และที่สำคัญยังพบพิมพ์ไสยาสน์อีกหลายแบบมีประมาณไม่เกิน ๒๒ องค์ ซึ่งในปัจจุบันหาดูได้ยากมาก ในส่วนของกรุพระเจดีย์เล็กนักเลงพระในยุคนั้นไม่ค่อยให้ความสนใจแต่ปรากฏว่าหลังจากเปิดกรุก็ได้พบพระสมเด็จอยู่มากมายนับได้เป็นพันองค์ ทรงพิมพ์ที่พบได้แก่ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์ฐานหมอน พิมพ์สามเหลี่ยม (หน้าหมอน) พิมพ์จันทร์ลอย ลักษณะของวรรณะคราบกรุจะไม่มาก จะมีความสวยงามกว่ากรุพระเจดีย์ใหญ่ซึ่งในปัจจุบันหาดูได้ยากเช่นกัน

หลังจากเปิดกรุอย่างเป็นทางการทางวัดได้ประทับตราที่ด้านหลังขององพระ เรียกกันว่า ตราน้ำหนัก และจำหน่ายในราคาองค์ละห้าร้อยถึงสองพันบาท ในยุคนั้นนับว่ามีราคามากอยู่แต่ก็หมดลงในเวลาไม่นานนัก

พระสมเด็จบางขุนพรหม (กรุพระเจดีย์เล็ก)
ปี พ.ศ.๒๕๐๘ พระครูอมรคณาจารย์ (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดใหม่อมตรส ได้นำรายได้ในการให้เช่าบูชาพระสมเด็จบางขุนพรหม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ มาบูรณะวัดโดยได้ว่าจ้างให้ช่างรับเหมา มาปรับปรุงบริเวณรอบองค์เจดีย์ใหญ่ซึ่งมี เจดีย์เล็ก เรียงรายรอบทั้ง ๔ ทิศของเจดีย์องค์ใหญ่ ทิศละ ๒ องค์ ตั้งซ้อนกันอยู่อย่างเป็นระเบียบรวมทั้งหมด ๘ องค์ ซึ่งทางช่างได้รื้อ เจดีย์เล็ก ทั้งหมดออก ทำให้ช่างรับเหมาพบ กรุพระเครื่องจำนวนหนึ่งในเจดีย์เล็กรวมอยู่กับอัฐิ จึงได้เก็บพระเครื่องซ่อนไว้ไม่ให้ทางวัดทราบ คงมอบแต่อัฐิให้เท่านั้น ต่อมาช่างรับเหมาได้นำพระที่พบนี้ไปขายแก่เซียนพระคนหนึ่งในสนามพระ ทำให้ พระเครื่องกรุเจดีย์เล็ก เป็นที่รู้จักในวงการพระสมัยนั้น มีผู้นำพระเครื่องมาสอบถามกับเจ้าอาวาสวัดว่า มีพระเครื่องแตกกรุจากเจดีย์เล็กจริงหรือไม่ เจ้าอาวาสบอกว่า "ไม่มี" ทำให้เกิดความสับสนกันขึ้นในช่วงแรก แต่เมื่อได้มีการตรวจสอบพิจารณากันถึงเนื้อพระ และคราบกรุกับ พระสมเด็จบางขุนพรหม (กรุใหม่) แล้ว พบว่ามีความเก่าใกล้เคียงกันมาก ซึ่งคาดว่าคงสร้างขึ้นใน ปี พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๑๕

ในการตรวจสอบประวัติซึ่งเชื่อว่าผู้สร้าง พระกรุเจดีย์เล็ก ก็คือ "เสมียนตราด้วง" ต้นสกุล "ธนโกเศศ" ผู้สร้างพระเครื่องชุดนี้ไว้เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับพระกรุเจดีย์ใหญ่ ซึ่ง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ได้มอบผงวิเศษห้าประการ คือ ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห ให้ผสมลงไปด้วยในตอนกดพิมพ์องค์พระทั้งหมด และได้เมตตาปลุกเสกให้ด้วย จากนั้น เสมียนตราด้วงจึงได้นำพระเครื่องในส่วนนี้ไปบรรจุไว้คู่กับอัฐิของบรรพชนในตระกูล และเมื่อช่างรื้อเจดีย์เล็กออกจึงพบอัฐิ และพระเครื่องดังกล่าว

พระเครื่องกรุเจดีย์องค์เล็กมีทั้งหมด ๖ พิมพ์ คือ
๑. พิมพ์ฐานคู่
๒. พิมพ์ฐานหมอน
๓. พิมพ์สามเหลี่ยม
๔. พิมพ์ไสยาสน์
๕. พิมพ์ยืนประทานพร
๖. พิมพ์จันทร์ลอย

พระทุกองค์มีคราบกรุเกาะอยู่ด้วย มากบ้างน้อยบ้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของพระกรุนี้ ในปัจจุบัน วงการพระเครื่องได้ให้ความสนใจในพระกรุเจดีย์เล็กนี้มาก

ทรงพุทธคุณ และอิทธิคุณ อิทธิคุณ คือ พระคาถาในทางไสยศาสตร์ หรือไสยเวททั้งสองด้านคือขาวและดำพุทธคุณ คือ คำกล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้า หรือการกล่าวถึงคุณความดีของพระพุทธเจ้า เพราะการเริ่มบทสวดที่จะเจริญพระคาถาใดๆจะต้องเริ่มจากบทสวดในการคำกล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจ้าก่อนเสมอ แต่ส่วนใหญ่พุทธศาสนิกชนจะนิยมเรียกว่า พุทธคุณ ซึ่งก็น่าจะมีส่วนถูกต้อง




ข้อมูล การชำระเงิน
โอนผ่านธนาคารที่สะดวก
จักรพันธ์
155-203827-0
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนวิทยุ (ออลซีซัน เพลส)

นัดเจอกันแล้วชำระ

ข้อมูล การรับ-ส่งสินค้า
นัดเจอเพื่อมารับสินค้า
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

รับสินค้าที่บ้านหรือทำงาน
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

ยังไม่ระบุ ตกลงกันทีหลัง
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

การรับ ส่งสินค้ารูปแบบอื่นๆ
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน







ติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้า
ชื่อผู้ถาม :
*
เบอร์โทรศัพท์ ผู้ถาม :
*
อีเมล์ ผู้ถาม :
*
หัวข้อ :
*
ข้อความ :
*
โค้ด :
ยืนยันโค้ด :
*



สินค้าใกล้เคียง

พระกรุ วัดเจ้ามูล พิมพ์จกบาตร บางกอกใหญ่...

ไม่ระบุ ฿

ปัญจเทพพระ

พระลีลา กรุลานดอกไม สุโขทัย

ไม่ระบุ ฿

เทพจิระ

พระกรุวัดเพชร สระบุรี เนื้อชิน

ไม่ระบุ ฿

sawthong

พระรหัส 299

500 ฿

พระดีราคาถ

T.-7. พระนาดูน กรุพระธาตุ มหาสารคาม สมัย...

3,500 ฿

พุทธธนาฯ พ











พระกริ่ง , กระเป๋าแฟชั่น , กำจัดปลวก , พระกริ่ง , ซื้อขายพระเครื่อง , วิตามินขาเรียว , เสาเข็ม , พาเลทพลาสติก , ซันคลาร่า , karmart , ปั๊มลม , ลวดเชื่อมแก๊ส , ทัวร์มัลดีฟ , เคสไอโฟน5s , เคสไอโฟน5 , เคสไอโฟน , เคสไอโฟน4 , เคส iphone 5s , เคส iphone , แบตสํารอง , แบตสำรอง , แบตสํารองมือถือ , แบตเตอรี่สํารอง , เคส s4 , เคสแกรนด์2 , เคสโน๊ต3 , เคสs4 , เคส grand 2 , เคส note 3 , นาฬิกาข้อมือ , นาฬิกาข้อมือผู้หญิง , นาฬิกาข้อมือผู้ชาย , นาฬิกาแฟชั่น , จักรยาน , จักรยานเสือภูเขา , จักรยานพับได้ , จักรยานญี่ปุ่น , จักรยานมือสอง