หมวดยอดนิยม : แท็บเล็ต , กล้องดิจิตอล , ขายสุนัข , รถมือสอง , พระเครื่อง , อุปกรณ์สำนักงาน , เสื้อผ้าแฟชั่น , แต่งงาน , นาฬิกา , มือถือ


หมวด : พระเครื่อง ตลาดพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง

ขายแล้ว.........พระ 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดิน น้ำตาล ขาวนวล พิกุลแห้ง ชุดที่2
ราคา : 99,999 ฿
ต้องการ : ขาย
ประเภทสินค้า : สินค้ามือสอง
ยี่ห้อ : พระ 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดิน น้ำตาล ขาวนวล พิกุลแห้ง ชุดที่2
รุ่น : พระ 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดิน น้ำตาล ขาวนวล พิกุลแห้ง ชุดที่2
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 7 เม.ย. 2557 14:19:10
วันที่ประกาศ : 18 ส.ค. 2553 17:06:05
เข้าชม : 9,446 ครั้ง
IP : 125.25.104xx


ร้าน :
nextspeeds88 พระแท้ Thai Buddhist Amulets Old.

ชื่อผู้ประกาศ :
จักรพันธ์

E-Mail :

โทรศัพท์มือถือ :
081-6404457,081-1737421

ที่อยู่ :
ฝั่งธน

จังหวัด :

การติดต่ออื่นๆ :
e-mail, TEL

ความรู้เบื้องต้นในการซื้อสินค้า




พระ 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดิน น้ำตาล ขาวนวล พิกุลแห้ง ชุดที่2

เมื่อปี พ.ศ. 2500 ได้มีพิธีพุทธาภิเษกพระเครื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทยและเป็นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วย
และนอกจากนี้ยังได้มีการสร้างพระพุทธลีลา สูง 2,500 นิ้ว (62.50 ม.) บนเนื้อที่ 2,500 ไร่ ที่ตำบลศาลายา อ.นครปฐม
(พุทธมณฑลปัจจุบัน) กับได้สร้าง พระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ ทั้งหลายขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดในการจัดสร้างดังต่อไปนี้

• คณะกรรมการจัดสร้างพระเครื่องในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
• นายพลตำนวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ประธานกรรมการ

คณะกรรมการจัดสร้างพระเครื่องในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
มีหน้าที่จัดสร้างพระเครื่องเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เพื่อแจกจ่ายและสมนาคุณ
แก่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน สมทบทุนในการสร้างพุทธมณฑล

คณะกรรมการจัดสร้างพระเครื่องฯ ได้จัดการดำเนินงานไปแล้ว และจะจัดการต่อไปตามลำดับนี้

1.คณะกรรมการจัดสร้างพระเครื่องฯ ได้อนุมัติ เงินทุนในการสร้างพระเครื่องครั้งนี้
เป็นเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) เพื่อทำการสร้างพระ 2 แบบ คือ

ก. พระเนื้อชิน อันประกอบด้วย พลวง, ดีบุก, ตะกั่วดำผสมด้วยนวโลหะ คือ ชินหนัก 1 บาท
,เจ้าน้ำเงินหนัก 2 บาท ,เหล็กละลายตัวหนัก 3 บาท เหล็กบริสุทธิ์ หลัก 4 บาท ,ปรอท หนัก
5 บาท ,สังกะสีหนัก 6 บาท ทองแดงหนัก 7 บาท ,เงินหนัก 8 บาท, ทองคำหนัก 9 บาท,
ตลอดจนแผ่นทองแดง,ตะกั่ว,เงินที่พระอาจารย์ต่างๆ เกือบทั้งราชอาณาจักรได้ลงเลขยันต์คาถา
ส่งมาให้และเศษชนวนหล่อพระในพิธีแห่งอื่นๆ รวมหล่อผสมลงไปในคราวนี้ด้วย

ข.พระผง (ดิน) ผสมด้วยผงเกษรดอกไม้ 108 อย่าง ตลอดจนผสมด้วยดินหน้าพระอุโบสถ
จากพระอาจารย์ต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรและผงพุทธาคมต่างๆ ที่บรรดาพระอาจารย์ได้มอบให้มา
รวมทั้งพระผงต่างๆ แบบของโบราณและของพระอาจารย์ต่างๆ ที่ได้สร้างไว้แต่โบราณกาล
อันได้ส่งอุทิศมาให้ผสมรวมเป็นผงในครั้งนี้ด้วยมากมายหลายแห่ง

ลำดับสี การเผาดินพระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ จากเริ่มจนถึงสุดท้าย สีจะเข้มจนดำไปในที่สุด






2. จำนวนพระที่สร้างในครั้งนี้

ก. พระเนื้อชิน 2,421,250 องค์

ข. พระเนื้อดิน 2,421,250 องค์
รวมทั้ง 2 ชนิด เป็นพระ 4,842,500 องค์

ค. สร้างพระพุทธรูปบูชาทองคำแบบพุทธลีลา ลักษณะเดียวกับพระองค์ใหญ่ ซึ่งจะสร้างที่
พุทธมณฑล สูงองค์ละ 9 ซ.ม. 4 องค์ ทองคำหนักรวม 55 บาท พระพุทธรูปทองคำนี้
ได้ให้กองพระษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เป็นผู้จัดสร้าง

3. จัดการสร้างพระเครื่องทองคำ แบบลักษณะและขนาดเดียวกับพระเนื้อชินใช้ทองคำหนักองค์ละประมาณ 6 สลึง
โดยให้สร้างเป็นจำนวนเพียง 2,500 องค์การสร้างพระเครื่องทองคำ ตามข้อนี้ ได้ใช้ทุนโดยวิธีเรียกเงินล่วงหน้าจาก
ผู้สั่งจอง องค์ละ 1,000 บาท ส่วนเงินสมทบทุนอันแท้จริงนั้นองค์ละ 2,500 บาท เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผู้สั่งจองจะต้องส่งเงิน ส่วนที่เหลืออีก 1,500 บาท เวลามาขอรับองค์พระไป

พระฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นประธานการจัดสร้างที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ (ก่อนการเสด็จออกทรงผนวชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งอันที่จริงแล้วการดำเนินการสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ นั้น เป็นเพียงการเริ่มการออกแบบพระพุทธลีลาจำลองฉลอง “25 พุทธศตวรรษ” เพื่อให้เป็นพระพุทธปฏิมาประธานประจำพุทธมณฑลบุรี (ชื่อแรกของพุทธมณฑล) โดยท่านศาสดาจารย์ ศิลป์ พีระศรี (Corrado Ferogi) ศิลปินชาวอิตาลีที่เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปะโดยเฉพาะ “พุทธศิลป์” จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของพุทธศิลป์สมัย “รัตนโกสินทร์” ยุคปัจจุบันอย่างแท้จริงซึ่งก็คือพระพุทธปฏิมา “ประธานประจำพุทธมณฑล” โดยมีคติความเชื่อในสมัยโบราณผสมผสานกับรูปแบบศิลปกรรมสมัยใหม่กล่าวคือในสมัยโบราณหรือตามความเชื่อแต่เดิม “พระพุทธรูปปาง ลีลา” เป็นสัญลักษณ์ สื่อความหมายถึง “ความเจริญก้าวหน้า” โดยในสมัย “สุโขทัย” นิยมสร้างกันมากทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่เรียกว่า “พระเครื่อง” และที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือ “พระพุทธรูป ลีลา” ที่ซุ้มระเบียงคต “วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” ได้ถูกยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปลีลาที่ “งดงามที่สุดในประเทศไทย” นอกจากนั้นมี “พระลีลากำแพงเม็ดขนุน” ยอดพระเครื่องเนื้อดินเผาขนาดเล็กของเมืองกำแพงเพชรที่นักสะสมนิยมเสาะหากันมากนั่นเอง

ศาสดาจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้นำรูปแบบของศิลปะสมัยใหม่ซึ่งก็คือพระพุทธรูปที่มีจุดมุ่งหมายให้มี “สรีระแบบมนุษย์ธรรมดา” คือมีกล้ามเนื้อและห่มจีวรเป็นริ้วแบบพระสงฆ์แต่ผสมผสานกับมหาปุริสลักษณะของ “สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า” โดยบริเวณพระเศียรยังคงเค้าของความเป็นมหาปุริสลักษณะที่เหมือนพระพุทธรูป ทั่วไป ดังนั้นหากพิจารณาองค์พระประธานพุทธมณฑล ก็จะพบว่าเป็นการผสมผสานลักษณะศิลปะสมัยเก่าและศิลปะสมัยใหม่ได้อย่าง กลมกลืน จนมีความสวยงามและบ่งบอกถึงศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นับเป็นความชาญฉลาดและความเชี่ยวชาญของศิลปินผู้ออกแบบได้อย่างชัดเจน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างพุทธ มณฑลเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ และเสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปจำลอง “พระพุทธปฏิมาประธานพุทธมณฑล” และทรงกดพระพิมพ์เนื้อดินผสมเกสรจำนวน ๓๐ องค์ ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐

ดังนั้นจึงขอให้ “ผู้อ่านความจริง..อ่านเดลินิวส์” ได้ทราบว่าการ สร้างพระพุทธรูปลีลาจำลอง ฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” ที่ระบุว่าสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ นั้นเป็นเพียงการออกแบบ “พระพุทธรูปลีลา” ต้นแบบพระพุทธปฏิมาประธานประจำพุทธมณฑลเท่านั้น โดยการเริ่มดำเนินการสร้างพระเครื่องฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเป็นปฐมมหามงคลฤกษ์ดังกล่าว

และการที่ผู้เขียนนำพระเครื่องฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” มาพูดถึงอีกนี้อาจทำให้ผู้อ่านบางท่านคิดว่า “นำเรื่องเก่ามาฉายซ้ำ” เพราะในคอลัมน์ “มุมนี้มีดีอวด” ก็เคยนำเรื่อง “พระฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ” ในฐานะที่เป็น “พระเครื่อง” ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช” พร้อมเป็นพระเครื่องที่ถึงพร้อมด้วย “พระพุทธคุณ พระธรรม คุณ พระสังฆคุณ” และ “พระมหากษัตรา ธิคุณ” โดยแท้จริงอย่างละเอียดมาแล้วทำให้สำนักงานพุทธมณฑลจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ พระเครื่องฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” และนำพระเครื่องที่ตกค้างจากการเปิดให้บูชาที่พุทธมณฑลตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ออกมาให้ผู้สนใจบูชากันอีกครั้งประกอบกับ “คุณศุทธิวิทย์ กิจไชยพร” เป็นผู้บัญญัติ ศัพท์ ว่าพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ “เนื้อดิน” ก็คือ “พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนยุครัตนโกสินทร์” ส่วนพระเครื่องฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ “เนื้อชิน” ก็คือ “พระลีลากำแพงขาวยุครัตนโกสินทร์” ทำให้ได้รับความนิยมจากประชาชนโดยทั่วไปและหากท่านผู้อ่าน ได้ศึกษากรรมวิธีของการจัดสร้าง และส่วนผสมของพระเครื่องทั้งสองเนื้อแล้วก็จะทราบด้วยตัวเองว่า “เป็นพระเครื่องที่น่าใช้มากที่สุด”

แต่เพราะพระเครื่องชุดนี้มีจำนวนสร้างมหาศาลคือสร้างเนื้อละ “๒ ล้านกว่าองค์” เมื่อนำมารวมกันแล้วก็จะประมาณ “๔ ล้านกว่าองค์” จากที่มีจำนวนสร้างมากนี้เองทำให้เนื้อพระมีหลากหลายโดยเฉพาะ “เนื้อดิน” จะมีสีสันที่ต่างกันไปทำให้มี “ผู้เข้าใจผิด” คิดว่ามี “ของเสริม” หรือ “สร้างขึ้นใหม่” ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลความจริงไป แต่บังเอิญเนื้อที่หมดพอดีจึงขอยกยอดไปฉบับหน้าจะเฉลยข้อมูลที่ “บิดเบือน” และการ “กล่าวร้ายป้ายสี” ทำให้นักสะสมทั่วไปไขว้เขวพระตาม ๆ กันส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างฐานทัพที่ จ.เพชรบูรณ์ และการสร้างถนนสาย กรุงเทพฯ-อำเภอ งาว จังหวัดลำปาง อันเป็นเส้นทางผ่านฐานทัพ (เพื่อใช้ในการสงคราม) แต่เรื่องนี้ “กองทัพญี่ปุ่น” เองก็ทราบดีจึงคิดที่จะยึดเอาพื้นที่รบของ “กองทัพภาคที่ ๒” ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ “เขา คูบา” จังหวัดสระบุรี แต่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้สั่งการให้ “กรมทหารราบสระบุรี” เข้าไปยึดครองเขาคูบาไว้ก่อนพร้อมรีบเร่งปลูกสร้างอาคารโรงเรือนจนเสร็จ ภายในเวลา ๓ วัน สร้าง ความไม่พอใจให้กองทัพญี่ปุ่นเป็นอย่างมากพร้อมมีการหวาดระแวง “จอมพล ป.” มากขึ้นซึ่งเรื่องนี้ตามบันทึกในการสู้รบกับ “กองทัพญี่ปุ่น” ตามที่ “จอมพล ป.” บันทึกไว้ว่า

“ญี่ปุ่นคิดจะเอาชนะเราในเรื่องนี้ โดยเตรียมเข้า ไปอยู่ในพื้นที่หลังแนวรบของกองทัพภาคที่ ๒ คือระหว่างลพบุรีและสระบุรี ผมจึงเอาพระเข้าช่วยโดยการประกาศสร้าง “พุทธบุรีมณฑล” ในบริเวณนี้ทันที ในที่สุดญี่ปุ่นก็ไม่ได้พื้นที่ นี้ไป”

ต่อมาเพื่อขจัดความหวาดระแวงของญี่ปุ่น จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงหาอุบายกลบเกลื่อนด้วยการอ้าง “รัฐบาลไทย” ต้องการสร้าง “เมืองหลวงแห่งใหม่” เพื่ออพยพผู้คนไปหลบภัยทางอากาศเพราะขณะนั้นกองทัพ “ฝ่ายพันธมิตร” ได้บุกโจมตีที่ตั้งทัพญี่ปุ่นในกรุงเทพฯอย่างหนักจึงสอดคล้องกับกลอุบายใน การปกปิดการก่อสร้างฐานทัพที่ “จังหวัดเพชรบูรณ์” ซึ่งความคิดในการสร้างเพชรบูรณ์เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่นี้ ก็ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีที่ทำการพิจารณาแบบเห็นชอบทันทีและมีมติให้ออก “พระราชกำหนดจัดระเบียบราชการบริหารนครเพชรบูรณ์” โดยรีบด่วนเพราะเป็นเวลาปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรพอดีจากนั้นรัฐบาลได้ ออก “พระราชกำหนดจัดสร้างพุทธบุรีมณฑล” ตามมาอีกฉบับในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2487 “สภาผู้แทนราษฎร” ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. อนุมัติ พ.ร.ก.จัดระเบียบราชการบริหาร “นครบาลเพชรบูรณ์” ที่รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอแต่ “สภาผู้แทนราษฎร” กลับลงมติไม่อนุมัติด้วยคะแนนเสียง 48 ต่อ 36 ต่อมาอีก 2 วันสภาผู้แทนราษฎรก็ทำการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อนุมัติ พ.ร.ก.การจัดสร้าง “พุทธบุรีมณฑล” ของรัฐบาลอีกฉบับหนึ่งในวันที่ 22 กรกฎาคม 2487 แต่ก็ตกไปด้วยคะแนนเสียง 43 ต่อ 41 เช่นเดียวกับ พ.ร.ก.ฉบับแรก ซึ่งในกรณีที่ พ.ร.ก.ทั้งสองฉบับนี้ตกไปและ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ลาออกพร้อมกับสงครามโลกสงบลงโดยที่ญี่ปุ่นตกอยู่ในฐานะ “ผู้แพ้สงคราม” แต่สำหรับไทยเราจะอยู่ในฐานะทั้ง “ผู้แพ้สงคราม” และ “ผู้ชนะสงคราม” คือแพ้สงครามเหตุเพราะ “ให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่น” ส่วนเหตุที่ “ชนะสงคราม” ก็เพราะมีขบวนการ “เสรีไทย” เข้าร่วมกับฝ่าย “พันธมิตร” ที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศไทยก็สามารถสร้างฐานทัพอันเป็น “จุดยุทธศาสตร์สำคัญ” ได้สำเร็จหรือหากญี่ปุ่น “ไม่แพ้สงคราม” เสียก่อนญี่ปุ่นก็คงจะได้รับการสั่งสอนด้วยบทเรียนอันยากจะลืมเลือนของกอง ทัพไทยก็เป็นได้เช่นกัน

กาลเวลาผ่านไปอีก10 ปี จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งใน พ.ศ. 2497 จึงนำโครงการจัดสร้าง “พุทธบุรีมณฑล” ที่ตกไปตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวกลับมาปัดฝุ่นใหม่โดยตกลงจัดสร้างเป็น “พุทธมณฑล” ที่ ต.ศาลายา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อฉลองในโอกาสที่ “พระพุทธศาสนากาลครบ 2500 ปี” โดยไม่มีกลอุบายแอบแฝงเฉกเช่นขณะก่อเกิด “สงครามโลกครั้งที่ 2” แต่ประการใดโดยการก่อสร้างในระยะเริ่มแรกอยู่ในความรับผิดชอบของ “กระทรวงมหาดไทย” ที่มีหน่วยงานอื่นให้ความร่วมมือพร้อมทั้งการ “หารายได้” เพื่อนำมาใช้จ่ายการก่อสร้างซึ่งก็คือการให้เช่าบูชา “พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ” ที่จัดสร้างขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งพระ “เนื้อชิน-เนื้อดิน” รวมทั้ง “เหรียญเสมาฯลฯ” ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยจึงได้มอบหมายให้ กรมการปกครอง นำพระเครื่องที่สร้างขึ้นไปเปิดให้ประชาชนทั่วไปเช่าบูชายัง “ที่ว่าการอำเภอและศาลากลางจังหวัด” ทั่วพระราชอาณาจักรแต่ในระยะนั้น วงการพระเครื่อง ยังไม่บูมสุดขีดเฉกเช่นปัจจุบันการให้เช่าบูชาจึงเป็นลักษณะของการ “ยัดเยียด” ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อ พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เพราะช่วงนั้นประเทศไทยอยู่ในสภาวะการฟื้นตัวจาก “สงครามโลกครั้งที่ 2” เศรษฐกิจจึงยังไม่ดีนักประชาชนจึงไม่ให้ความสนใจแต่เมื่อถูกยัดเยียด จึงทำให้มีการหลบ ๆ เลี่ยง ๆ หรือหากบูชาก็เพียงคนละองค์สององค์เท่านั้น เรื่องจะเช่าบูชาเก็บไว้จำนวนมาก ๆ เพื่อเก็งกำไรเหมือนสมัยนี้ไม่มีเลย เพราะคิดว่าพระจำนวนมหาศาลนี้ย่อมหาได้ไม่ยากประกอบกับคิดว่า “การถูกยัดเยียดให้เช่าบูชาพระจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร” ด้วยเหตุนี้พระเครื่องชุด “ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ” จึงไม่หมดไปจาก “สำนักงานพุทธมณฑล” อีกทั้งรัฐบาลก็มิได้ทำการ “โฆษณาชวนเชื่อ” เฉกเช่น “นักสร้างพระอาชีพ” กระทำอยู่ในปัจจุบันดังนั้นพระชุดนี้จึงมีตกค้างมาเป็นระยะเวลา “กว่า 40 ปี” และอีกหลายปีต่อมาในสมัย ฯพณฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2518 ให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้กำกับดูแลกรมการศาสนา รับผิดชอบดำ เนินการจัดสร้าง “พุทธมณฑล” สืบต่อรวมถึงการหารายได้โดยนำ “พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ” ที่ยังมีเหลือจำนวนมากให้ประชาชนเช่าบูชาอีก ดังมีหลักฐานในการส่งมอบและรับมอบงานการก่อสร้างระหว่าง “กรมการปกครอง” และ “กรมการศาสนา” พุทธมณฑลจึงแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2521

ซึ่งแม้ว่าการดำเนินการก่อสร้าง “พุทธมณฑล” จะแล้วเสร็จแต่ “พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ” ทั้งสองเนื้อที่สร้างไว้กว่า “4 ล้านองค์” ที่แม้จะถูกนำไปบรรจุกรุไว้ในพระเจดีย์ต่าง ๆ ทั่วพระราชอาณาจักรประมาณ “1 ล้านกว่าองค์” แต่พระเครื่องชุดนี้ก็มีหมุนเวียนให้ประชาชนเช่าบูชาประมาณ “2 ล้านกว่าองค์” ประกอบกับมีรายการ “ปากอัปมงคล” ของผู้รู้ไม่จริงใช้ “ความคิดเห็นส่วนตัว” ป้ายสีต่อ “พระเครื่องฉลอง 25 พุทธศตวรรษ” ที่ยังมีตกค้าง “ณ สำนักงานพุทธมณฑล” เป็น “ของเสริม” ที่สร้างเพิ่มขึ้นมาจำนวนมากซึ่งนับเป็นเรื่องไม่ดีงามเลยเพราะเมื่อ “รู้ไม่จริงแล้ว” ยังออกมากล่าวเช่นนั้นเป็นการสร้างผลกระทบต่อศรัทธาสาธุชนเป็นอย่างมาก ทำให้หลาย ๆ คนที่เดินทางไปทำบุญที่พุทธมณฑลและไปนมัสการ “พระศรีศากยทศพลญาณ” พระประธานพุทธมณฑลไม่กล้าเช่าบูชาจึงทำให้พระชุดนี้ยังมีเหลือตกค้างถึง ปัจจุบัน ซึ่งผู้เขียนเองก็เคยไปเช่าบูชาพระเครื่องชุดนี้ทั้งสองเนื้อที่สำนักงาน พระพุทธมณฑลแล้วนำมาเปรียบเทียบกับของ “นักขายพระอาชีพ” ก็ไม่เห็นความแตกต่างกันเลยทั้ง “พิมพ์ทรงและเนื้อหา” จะแตกต่างกันก็เพียงภาชนะบรรจุคือ “กล่องพลาสติก” และ “เลี่ยมแบบเก่า” ที่ไม่ได้บรรจุกล่องเท่านั้นจึงขอให้ศรัทธาสาธุชนจงมั่นใจเถิดว่าพระเครื่อง ฉลอง 25 พุทธศตวรรษ “ทั้งสองเนื้อ” ที่ยังมีอยู่ ณ สำนักงานพุทธมณฑล ก็คือชุดที่สร้างขึ้นเมื่อ “พ.ศ. 2500” ทั้งนั้นไม่ได้มีการ “สร้างเสริม” แต่ประการใดหากได้ยินว่ามีการ “สร้างเสริม” แล้วนั่นคือการใส่ร้ายป้ายสีของ “ผู้รู้ไม่จริง” เพราะในความเป็นจริงเมื่อ “ของเก่า” ยังขายไม่หมดยังจะไปสร้างเสริมเพิ่มขึ้นอีกให้เป็น “ภาระไม่สิ้นสุด” เพื่ออะไรด้วยเหตุผลนี้จึงขอให้ท่าน “ผู้มีปัญญา” ไตร่ตรองดูเอง.

อีกประการที่มีการบิดเบือนข้อมูลคือในระยะหลัง ๆ ที่พระเครื่องฉลอง “๒๕ พุทธศตวรรษ” ได้รับความนิยมศรัทธาจากสาธุชนแล้วก็มีการจัดแบ่ง “เนื้อพระ” พร้อม “พิมพ์ทรงพระ” ให้เป็นเนื้อและพิมพ์นิยมมากขึ้นเพื่อรองรับเนื้อ “ทองดำ, นาก, เงิน” ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดตามลำดับโดยแบ่ง “เนื้อชิน” ออกเป็น “พิมพ์มีเข็ม” นิยมมากกว่าพิมพ์ “ไม่มีเข็ม” ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้วส่วนทางด้าน “เนื้อดิน” ก็มีการจำแนก แตกสาขา ความนิยมออกโดยจัด “เนื้อสีดำ” เป็นเนื้อที่ได้รับความนิยมที่สุดชนิดเคยได้ยินว่ามีคนเช่าบูชาไปถึงองค์ละ ๔-๕ พันบาท เลยทีเดียวจากนั้นก็จัด “เนื้อสีช็อกโกแลต” ได้รับความนิยมรองลงมาและ “เนื้อแร่” ก็ได้รับความนิยมในระดับเดียวกับ “เนื้อช็อกโกแลต” ส่วนเนื้ออื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมรองลงมาโดยมี รายละเอียดปลีกย่อย มากมายทั้งที่เป็นพระที่สร้างในพิธีเดียวกัน

สำหรับพระฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ “เนื้อดิน” ที่มีการบิดเบือนกันก็คือ “เนื้อและสีพระ” ตลอดจน “ขนาดพระ” เพราะว่าพระที่เป็น “เนื้อดิน” สร้างด้วยกรรมวิธี “การเผา” เช่นเดียวกับพระเครื่องโบราณชนิดอื่น ๆ เช่น “พระคงลำพูน, พระรอดลำพูน, พระนางพญาพิษณุโลก ฯลฯ” ในบันทึกการจัดสร้างระบุไว้ว่า “วัสดุที่ใช้สร้างพระเนื้อดินทั้ง 2 พิมพ์ (พิมพ์เขื่องและพิมพ์ย่อม) ประกอบด้วยดินที่ขุดจากฝั่งทะเลสาบตำบลเกาะยอ จังหวัดสงขลา เพราะดินบริเวณนั้นมีลายเป็นพรายน้ำในตัว มีสีเหลืองนวลและละเอียดคล้ายกับพระเครื่องสมัยโบราณอย่างเช่น “พระบึงสาม พัน” ที่ทำปลอมได้ยากนอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่น ๆ อีกคือ ผงเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด ว่านต่าง ๆ ดินจากหน้าพระอุโบสถของจังหวัดต่าง ๆ จากนั้นยังมีดินจากบริเวณที่จะสร้างพระพุทธรูปพุทธมณฑล ดินจากปูชนียสถาน ๔ แห่งในประเทศอินเดียเช่นที่ ประสูติ, ตรัสรู้, แสดงปฐมเทศนาและปรินิพพาน รวมทั้งผงจากพระเครื่องโบราณที่ชำรุด เช่น ผงพระสมเด็จ, นางพญา, พระรอด, พระขุนแผน, ผงนวโลหะ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จได้นำเข้าเตาเผาด้วยความร้อนสูงจึงปรากฏว่ามีสีแตกต่าง กัน เช่น สีดำ, เทา, ขาวนวล, พิกุลแห้ง, ครีม, ชมพู, น้ำตาลไหม้ ฯลฯ”

จากบันทึกการจัดสร้างที่ยกมากล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า “พระฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษเนื้อดิน” มีหลายขนาดและหลากหลายสีที่เกิดจาก “การเผา” เฉกเช่นพระเนื้อดินโบราณที่มีขนาดและสีที่แตกต่างกันอย่างเช่น “พระลำพูน” ทั้ง “พระคง, พระบาง, พระเปิม ฯลฯ” และพระบางองค์ที่ถูกความร้อนมากก็จะ “หดตัวเล็กลง” หรือพระบางองค์ที่ผสมผงเกสรหรือว่านมากไปก็จะกลายเป็น “สีดำ” และบางองค์ที่มี “ผงนวโลหะ” (ผงตะไบจากชนวนพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราชแพและท่านเจ้าคุณศรีสนธ์วัด สุทัศน์) ผสมอยู่มากเมื่อถูกความร้อนสูงผงนวโลหะก็จะละลายแผ่ซึมเข้าไปในเนื้อพระ ทำให้เป็น “สีดำ” หรือหากถูกความร้อนมากผงนวโลหะที่ละลายก็จะผุดออกมาจับที่ “ผิวพระด้าน นอก” เป็นปุ่มสีดำ ที่มีทั้ง ด้านและแวววาว โดยพระเนื้อนี้กลับกลายเป็นที่นิยมกันมากโดยเรียกว่า “พระเนื้อแร่” ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้คือใช้ของมีคมสะกิดตรงที่เรียกว่า “เนื้อแร่” ที่ปูดออกมาก็จะพบว่าเนื้อภายในเป็น “สีนากหรือสีจำปา” ตามแบบฉบับเนื้อพระกริ่งของ สำนักวัดสุทัศน์ ที่สำคัญพระเนื้อแร่นี้จะมีความ “แข็งแกร่ง” คือแตกหักหรือชำรุดได้ยากกว่าเนื้ออื่น ๆ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีคนขี้สงสัยทำการ หักพระเนื้อแร่ เพื่อดูเนื้อภายในก็ต้อง ใช้แรงมาก ปรากฏว่าภายในองค์พระเป็นโพรงมีลักษณะเป็น รูปเศษโลหะ และมีร่องรอยการไหลของผงนวโลหะที่ละลายผุดเป็นสายจึงทำให้เนื้อพระแข็งแกร่ง ส่วนพระบางองค์ที่ผสมผงเกสรหรือผงนวโลหะน้อยก็จะมีสีสันเป็นธรรมชาติของ เนื้อ ดินเกาะยอเช่น “สีแดงแบบอิฐ, สีขาวนวลที่เรียกว่าพิกุล, สีครีม, สีชมพู, สีน้ำตาล ไหม้ ฯลฯ” เป็นต้น บางองค์ก็ปรากฏพรายน้ำซึ่งก็คือ ซากพืชซากสัตว์ ที่ทับถมอยู่ในดินนับล้าน ๆ ปีนั่นเองและเมื่อมีพระ “เนื้อพิเศษ” ดังกล่าวและมีน้อยกว่าเนื้ออื่น ๆ เช่น “สีดำ, เนื้อแร่” หรือ “ช็อก โกแลต” กลายเป็นเนื้อนิยมราคาก็แพงขึ้นจึงทำให้คน “คิดคดคิดชั่ว” นำพระไป “ราดสี” แล้วนำเข้า “เตาไมโครเวฟ” เพื่อทำให้เป็น “เนื้อสีดำหรือช็อกโกแลต” พอนำออกขายก็จะได้ราคามากขึ้น...แต่ขอโทษครับ !!! แม้จะมีความพยายามเช่นไรแต่ก็มี พิรุธมากมาย คือเนื้อพระจะ ฉ่ำเยิ้ม มีรอยแตกระแหงชำรุดง่ายที่เกิดจากการเร่งความร้อนนั่นเองซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้มี หนังสือพระเครื่องฉบับหนึ่ง (ขอสงวนนามเพื่อป้องกันการฟ้องร้อง) ทำตัวเป็นผู้รู้ว่า พระเนื้อแร่ เป็นพระที่นำมา เผาใหม่ พร้อมมีการอ้างภาษาอังกฤษให้ดูน่าเชื่อถือโดยบอกว่าเป็น เนื้อแร่ที่ละลายบนผิว นั่นก็คือการบิดเบือน “ข้อมูลและข้อเท็จจริง” อย่างเห็นได้ชัดเพราะในความเป็นจริงแล้ว “พระ ๒๕ ศตวรรษเนื้อดิน” ที่เรียกว่า “เนื้อแร่” เกิดจากเหตุผลดังที่อธิบายมาแล้วไม่ใช่ “เนื้อแร่” อะไรที่ไหนทั้งนั้นเป็น “ผงตะไบนวโลหะ” ที่นำมาผสมเมื่อถูกความร้อนสูงจึง “ละลายกลายเป็นของเหลว” แผ่ซึมไปทั่วผิวพระนอกจากนี้พระบางองค์ที่มี “การกดพิมพ์เบาไป” เนื้อก็จะไม่แน่น “ผงตะไบนวโลหะที่ละลาย” ก็จะซึมแผ่เข้าไปในเนื้อทำให้เกิดเป็น “สีดำ” หรือ “ช็อกโกแลต” ส่วนพระบางองค์ที่ถูก “ความร้อนน้อย” ก็จะทำให้มี “ขนาดใหญ่” เพราะเกิดจากการ “หดตัวน้อย” รวมทั้งผงตะไบนวโลหะก็ไม่ละลายจึงกลายเป็น “มวลสาร” แทรกอยู่ในเนื้อพระดังนั้นการ “บิดเบือนข้อมูล” จึงเป็นการแสดงถึง “ภูมิปัญญาที่ต่ำ” โดยไม่พิจารณาจาก “ข้อเท็จจริง” ตามหลักการและเหตุผลพร้อมไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นจึงถือว่าเป็น ผู้ที่มี “วิสัยทัศน์” ที่คับแคบโดยแท้




ข้อมูล การชำระเงิน
โอนผ่านธนาคารที่สะดวก
จักรพันธ์
155-203827-0
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนวิทยุ (ออลซีซัน เพลส) กรุงเทพฯ
...หรือ...
245-0-38918-0
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ
...หรือ...
512-2-01601-0
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด LH BANK
สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ

นัดเจอกันแล้วชำระ
จักรพันธ์
512-2-01601-0
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด LH BANK
สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ กรุงเทพฯ

ชำระเงินแบบอื่นๆ
จักรพันธ์
245-0-38918-0
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ
กรุงเทพฯ

ข้อมูล การรับ-ส่งสินค้า
นัดเจอเพื่อมารับสินค้า
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

รับสินค้าที่บ้านหรือทำงาน
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

ยังไม่ระบุ ตกลงกันทีหลัง
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน

การรับ ส่งสินค้ารูปแบบอื่นๆ
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน







ติดต่อสอบถามข้อมูลสินค้า
ชื่อผู้ถาม :
*
เบอร์โทรศัพท์ ผู้ถาม :
*
อีเมล์ ผู้ถาม :
*
หัวข้อ :
*
ข้อความ :
*
โค้ด :
ยืนยันโค้ด :
*



สินค้าใกล้เคียง

พระกริ่งเกราะเพชร ฐาวโร หลวงพ่อด่วน วัดบ...

ไม่ระบุ ฿

ปัญจเทพพระ

พระพุทธชินราช กริ่งวิสุท

ไม่ระบุ ฿

เทพจิระ

$$ ขายแล้ว $$.T-105. พระกริ่ง ลพ.คูณ รุ่...

ไม่ระบุ ฿

พุทธธนาฯ พ

พระกริ่งบัวรอบ2 หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เน...

ไม่ระบุ ฿

สุวัสสพระเ

พระกริ่งเลขใต้ฐาน21

ไม่ระบุ ฿

พระดีราคาถ

ให้เช่าพระกริ่งปวเรศรุ่นแรก 2411-2434เนื...

ไม่ระบุ ฿

ไรโซพระเคร








ขายโรงงาน , ขายกีต้าร์ , ขายบ้าน , ชุดคลุมท้อง , ขายสุนัข , ไม้แบบ , ตู้แช่แข็ง , พาเลทเหล็ก , ตู้โชว์เค้ก , ปอมขาว , reduce 15 mg , ผงบุกกล่องฟ้า , รองเท้าผู้หญิง , เคสไอโฟน5s , เคสไอโฟน5 , เคสไอโฟน , เคสไอโฟน4 , เคส iphone 5s , เคส iphone , แบตสํารอง , แบตสำรอง , แบตสํารองมือถือ , แบตเตอรี่สํารอง , เคส s4 , เคสแกรนด์2 , เคสโน๊ต3 , เคสs4 , เคส grand 2 , เคส note 3 , นาฬิกาข้อมือ , นาฬิกาข้อมือผู้หญิง , นาฬิกาข้อมือผู้ชาย , นาฬิกาแฟชั่น , จักรยาน , จักรยานเสือภูเขา , จักรยานพับได้ , จักรยานญี่ปุ่น , จักรยานมือสอง