หมวด : พระเครื่อง ตลาดพระเครื่อง ศูนย์พระเครื่อง

 
องค์พระเทวราชโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น"มหาบารมี 9 นคร" วัดสุทธาวาสวิปัสสนา อยุธยา ปี2550
ราคา : 1,500 ฿
ต้องการ : ขาย
ประเภทสินค้า : สินค้ามือสอง
ยี่ห้อ : องค์พระเทวราชโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น"มหาบารมี 9 นคร" วัดสุทธาวาสวิปัสสนา อยุธยา ปี2550
รุ่น : องค์พระเทวราชโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น"มหาบารมี 9 นคร" วัดสุทธาวาสวิปัสสนา อยุธยา ปี2550
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2562 13:45:47
วันที่ประกาศ : 3 มี.ค. 2554 10:30:06
เข้าชม : 3,233 ครั้ง
IP : 180.183.109.2xx


ร้าน :
union 789 prathai พระแท้ Thai Buddhist Amulets Old

ชื่อผู้ประกาศ :
จักรพันธ์

E-Mail :

เบอร์โทรศัพท์ :
02-4779012

โทรศัพท์มือถือ :
081-6404457,081-1737421

ที่อยู่ :
ฝั่งธน

จังหวัด :

การติดต่ออื่นๆ :
e-mail, TEL

ความรู้เบื้องต้นในการซื้อสินค้า




องค์พระเทวราชโพธิสัตว์พังพะกาฬ รุ่น"มหาบารมี 9 นคร" วัดสุทธาวาสวิปัสสนา อยุธยา ปี2550

ตรรกวิทยาของชาวชวากะ ที่เรียกว่า จตุคามศาสตร์ เชื่อกันว่า นางพญาจันทรา นางพญาพื้นเมือง ทะเลใต้ ราชินีผู้สูงศักดิ์ขององค์ราชันราตะ หรือ พระสุริยะเทพ ซึ่งรวบรวมดินแดนในคาบสมุทรทองคำเข้าเป็นจักรวรรดิ์เดียวกันในพุทธศตวรรษ ที่ 7 พระราชมารดาของเจ้าชายรามเทพ บรรลุธรรม สำเร็จตรรกศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ ทรงอิทธิฤทธิ์บังคับคลื่นลมร้ายให้สงบได้ชาวทะเลทั้งหลายกราบไหว้รำลึกถึง เมื่อออกกลางทะเล เรียกกันว่า แม่ย่านาง ชาวศรีวิชัยให้ความเคารพนับถือเทิดทูน ฉายานามว่า เจ้าแม่อยู่หัว

เจ้าชายรามเทพได้ศึกษาเล่าเรียนวิชา จตุคามศาสตร์ จากพระราชมารดาจนเจนจบ แล้วทรงเรียนรู้หลักสัจธรรมทางพุทธศาสนาเลื่อมใสศรัทธานิกายมหายานอย่างแรงกล้า มุ่งหน้าสร้างบารมี หวังตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์ ตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะประกาศธรรมให้มั่นคง ทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ ทรงอุตสาหะบากบั่นสร้างราชนาวีตามตรรกศาสตร์มหายาน ที่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมได้รวดเร็วและปลอดภัยบรรทุก กำลังพลและสัมภาระได้ มากมายมหาศาลเยือนถึงน่านน้ำใด หลักศาสนา ศิลปอารยะธรรมประดิษฐานมั่นคง ณ ดินแดนนั้น จนเหล่าราชครูต่างถวาย นามาภิไธยราชฐานันดร ว่า องค์ ราชันจตุคามรามเทพ

เมื่อพระศรีมหาราชชาวชวากะได้ประกาศสัจธรรมทั่ว สุวรรณทวีปแล้วจึงได้สร้าง มหาสถูป เจดีย์ขึ้นที่หาดทรายแก้วและในปลายพุทธศตวรรษที่ 8

องค์ราชันจตุคามรามเทพทรงมานะพยายามจนบรรลุธรรมจนบรรลุโพธิญาณ จักรวาลพรหมโพธิสัตว์ ประกอบด้วย บุญฤทธิ์ อิทธิฤทธ อภินิหาร สยบฟ้า สยบดินได้ตามปรารถนา วาจาเป็นประกาศิตเหนือมวลชีวิตทั้งหลาย ทรงศักดานุภาพเหมือน ดังพระอาทิตย์และ พระจันทร์ สมญานามตาม ศาสตร์จันทรภาณุ สาปแช่งศัตรูผู้ใดจะถึงกาลวินาศ จนเลื่องลือไปทั่วทวีป ได้รับการถวายนามยกย่องว่า พญาพังพกาฬ

การประกาศชัยชนะที่เด็ดขาดเหนือสุวรรณทวีปและหมู่เกาะทะเลใต้นี้เปรียบได้กับมหาราชในชมภูทวีป ดังนั้น พญาโหราบรมครูช่างชาวชวากะ ได้จำลองรูปมหาบุรุษเป็น อนุสรณ์ ตามอุดมคติศิลปศาสตร์ศรีวิชัย เรียกว่า ร่างแปลงธรรม รูปสมมุติแห่ง เทวราชที่มีตัวตนอยู่จริงในโลกมนุษย์ ทรงเครื่องราชขัติยาภรณ์ สี่กร สองเศียร พรั่งพร้อมด้วยเทพศาสตราวุธ เพื่อปกป้องอาณาจักรและพุทธจักร เพื่อเป็นคติธรรมและศิลปะกรรม ประดิษฐานในทุกหนแห่งในอาณาจักรทะเลใต้ ลูกหลานราชวงศ์ไศเลนทร์ในชั้นหลังได้ถ่ายทอดศิลปะศาสตร์แปลงร่างธรรมเป็น นารายณ์บรรทมสินธุ์บ้าง อวตารปราบอสูรบ้าง ตามค่านิยมของท้องถิ่น

ทำไมต้องนำเอาองค์พ่อจตุคาม รามเทพมาเป็นเทพประจำศาล หลักเมืองนครศรีธรรมราช

จากการที่หลายคนมีความสงสัยว่า ทำไมต้องนำเอาองค์พ่อจตุคาม รามเทพมาเป็นเทพประจำศาล หลักเมืองนครศรีธรรมราช ทำไมไม่เอาองค์อื่น หรือไม่อัญเชิญเทพองค์อื่นมาสถิตย์ประจำศาลทำให้ผมต้องคิดหาคำตอบมาเขียนบอกกล่าวกันเหมือนเดิม ผิดถูกอย่างไรไม่ต้องเกรงใจโทรมาบอกแก้ไขได้เสมอเพื่อความถูกต้อง

จากการบอกกล่าวของผู้รู้เรื่องนี้บอกว่า การสรรหาเทพประจำศาลหลักเมืองนครศรีฯ ของคณะผู้จัดสร้องศาลหลักเมืองนั้น ก็มือแปดด้านไม่รู้และมีใครละที่จะเป็นผู้รู้อยู่ที่ไหน มีคำตอบให้คิดกันต่อไป

คำตอบที่ได้มาคือ ต้องไปหา “คนทรง” คนทรง ในที่นี้ผมคิดว่าท่านผู้อ่านคงเข้าใจ ก็คือคนธรรมดานี่แหละที่อัญเชิญเทพองค์โน้น องค์นี้ หลวงปู่โน่นหลวงพ่อนี่ หรือ ฤาษีต่างๆ มาประทับร่างของตน เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่าง มนุษย์กับเทพเทวาให้สามารถพูดจารู้เรื่องกันได้

คณะผู้จัดสร้างศาลหลักเมืองจึงได้ไปหา โกผ่องนายอะผ่อง สกุลอมร ซึ่งในขณะนั้นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า เป็นคนทรงเจ้าอยู่เป็นประจำ จึงของให้นายอะผ่องอัญเชิญเทพประทับร่างเพื่อสอบถามเรื่องราวบางอย่างของการอัญเชิญเทพมาสถิตย์ประจำศาล

การทรงเทพของโกผ่องในขณะนั้นยังมีความกังขาของคณะผู้จัดสร้างศาลว่า ทรงจริงหรือทรงหลอก ตรงนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดได้ว่าคนทรงคนนี้เขาทรงจริงหรือเปล่า?

จากความสงสัยนี้เองจึงมีการทดสอบเกิดขึ้นโดยการนำบุหรี่ติดไฟและธูปที่ไฟกำลังติดแดงนับสิบก้าว จี้ไปที่ตัวคนทรงในขณะที่กำลังทรงประทับร่าง แต่ร่างทรงก็ยังนั่งเฉยไม่รู้สึกอะไรไม่สะดุ้งสะเทือนเหมือนนั่งอยู่ปรกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนญาติคนทรงเห็นแล้วสงสารขอร้องให้เลิกทดลองได้แล้วถ้าทรงไม่จริง ป่านนี้เนื้อตัวคนทรงคงพุพองไปทุกที่ แต่นี้ไม่เป็นอะไรเลยยังไม่เชื่อกันอีกหรือ?

เป็นอันว่าทุกคนเชื่อสนิทในจึงให้โกผ่อนทรงอยู่เรื่อยๆ ทรงเพื่ออัญเชิญเทพเทวาให้ท่านมาบอกกล่าวเรื่องของการสร้างหลักเมือง และต้องการหาเทพมาประจำศาลหลักเท่าที่ผู้รู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า มีเทพมาประทับร่างหลายองค์ บอกว่าชื่อโน้มบางชื่อนี้บ้าง แต่ชื่อเทพที่บอกนามมา นั้นไม่มีในปรปะวัติศาสตร์นครศรีฯ จึงไม่มีผู้ใดสนใจ

จนกระทั่งมีเทพองค์หนึ่งเข้ามาประทับร่างโกผ่อง ผู้นำของคณะผู้จะจัดสร้างศาลหลักเมือง ก็ถามเหมือนเคยว่า พระองค์ท่านมีนามว่าอะไร? เทพในร่างทรงไม่บอกชื่อ แต่ขอกระดาษและปากกามาจะวาดรูปให้ดู

วาดรูปอยู่สักพักหนึ่งก็ส่งกลับคืนมา ถามหาผู้รู้จากกลุ่มผู้คนที่อยู่ในที่นั้นก็ไม่มีใครรู้จักอีก จึงได้บอกเทพในร่างทรงไปว่า “ไม่มีใครรู้จักรูปที่ท่านวาด ท่านเป็นใครบอกมาเถอะ”

เทพในร่างทรงโกผ่อง ไม่ยอมตอบคำถามว่าท่านเป็นใคร แต่บอกมาว่า “ถ้าพวกเอ็งอยากรู้ว่าเป็นใครก็เอารูปวาดไปถามอ้ายหนวดดู” แน่นอนที่สุด “อ้ายหนวด” ในที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช ผู้มีวิชาคาถาขลังผู้เป็นหลักบ้านของชาวนครศรีธรรมราช

พลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช
คณะที่จะจัดสร้างศาลหลักเมืองได้นำภาพวาดดังกล่าวไปให้ขุนพันธ์ฯ ดู ท่านขุนพินิจพิจารณาอยู่สักครู่ก็บอกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่งในว่านี่คือรูปของ “ท้าวจตุคาม รามเทพ อดีตผู้ปกครองนครศรีวิชัย สุวรรณภูมิ เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้ว”

ผู้เขียนคิดว่า ท่านขุนพันธ์ฯ ก็คงจะเล่าประวัติของ ท้าวจตุคาม รามเทพให้กับคณะทีจะจัดสร้างศาลหลักเมืองจนเป็นที่เข้าใจและรู้ที่ไปของเทพองค์นี้ ทุกคนจึงเห็นดีด้วยที่จะอัญเชิญท้าวจตุคาม รามเทพ มาเป็นเทวาประจำศาลหลักเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

จากคำถามที่ว่า “ทำไมต้อง เอาพ่อจตุคาม รามเทพ มาเป็นเทพประจำศาลหลักเมืองนครศรีฯ” มีคำตอบให้ท่านผู้อ่านรู้แบบง่ายก็คือ เทพองค์นี้มีในตำนานของนครศรีธรรมราช แต่เทพองค์อื่นไม่มีตำนาน

เมื่อไม่กี่วันนี้ผมได้คุยกับ คุณเล็ก พันธ์รักษ์ราชเดช ลูกชายผู้สืบสานด้านไสยเวทย์ ของท่านขุนพันธ์ฯ อีกครั้ง ผมได้ถามพี่เล็กว่า “ทำไม องค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่เขาสร้างกันจึงมีพญานาคหรืองูมาแผ่พังานด้วย ส่วนองค์พังพระกาฬนั้นพอรู้ว่ามีงูมาเกี่ยวข้องมาคายลูกแก้วให้เมื่อตอนเด็กๆ

เล็กบอกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พอสร้างศาลหลักเมืองขึ้นมา อัญเชิญท้าวจตุคาม รามเทพ มาประจำศาลหลักเมือง มีการสร้างน้ำตาลแว่นท้าวจตุคาม รามเทพ สุริยัน จันทรา พญาราหู หลังๆ ปรากฏว่าทำกันเยอะไปหมดไม่รู้จะทำอะไรกันแล้วทำให้นึกว่า นครศรีวิชัยเจริญงอกงามขึ้นมาแล้วก็ต้องมีคนมาแก้ไขให้ นครศรีวิชัยกลับคือมาเหมือนเดิม จึงได้นำเอา “พังพระกาฬ” ทหารเอกผู้เกล้าที่เคยกอบกู้บ้านเมืองขึ้นมาให้ผู้คนได้รู้จักและช่วยเหลือมวลมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ถูกต้อง พังพระกาฬ มีรูปงูมีรูปนาคปรกด้วย เพราะพังพระกาฬเกี่ยวข้องกับงูมาตั้งแต่เด็ก ย่อมทำเป็นรูปนาคปรกได้ บ้างก็เรียก “ศรีมหาราชพังพระกาฬ” บ้างก็เรียก “โพธิสัตว์พังพระกาฬ” ก็สุดแต่จะเรียก

พอวัตถุมงคลดัง คนรุ่นหลังไม่รู้คิดกันได้ยังไง หรืออาจจะเข้าใจผิด เกิดความคิดเอาเองว่า ท้าวจตุคาม รามเทพ เกิดมาเป็น “พังพระกาฬ” จริงๆ แล้วไม่ใช่ ตรงนี้ก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะคิด

แต่เดิมทีเดียวไม่เคยปรากฏว่า ท้าวจตุคาม รามเทพ มีพญานาค หรือมีงูมาเกี่ยวข้อง คนรุ่นหลังๆ คนจะเข้าใจผิดเองว่าท้าวจตุคามรามเทพมีงูมีพญานาคและองค์ทีนั่งยกมือขึ้นเหนือเข่านั่นก็คือ “ขุนโหร” ไม่ใช่ “ท้าวจตุคาม”

ผมถามต่ออีกว่า ทำไมคนจึงเรียกรวมกันว่า ท้าวจตุคาม รามเทพ ท่านเป็นฝาแฝดกันหรือป่าว ?

ลูกชายท่านขุนพันธ์ฯ บอกว่า นี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้ใครเรียกคนแรก และไม่มีการยืนยันว่าท่านเป็นฝาแฝดกันเพียงแต่รู้ว่าท่านเป็นพี่น้องกัน และพระวรกาย ของท่านก็ไม่ดำสนิท ในนิมิตบอกว่า องค์หนึ่งผิวคล้ำ องค์หนึ่งผิวขาว ผิวคล้ำก็น่าจะดำ – แดง ไม่น่าจะเรียกท่านว่า “ราชันดำ”

ราชันดำ เข้าใจว่าน่าจะรวมกับพระราหู ให้ดูมึงทึง ให้ดูเป็นสง่า แต่ว่าท่านผิวไม่ดำ ท่านเป็นชาวสุวรรณภูมิ เป็นไทยสะกอ (ชายทะเล)

เหรียญพังพระกาฬ ก็จัดสร้างขึ้นตามคำบอกของ พ่อจตุคาม รามเทพ ในร่างทรงโกผ่อง เพื่อจะได้รู้จักคนที่เก่งกล้าสามารถกู้ “นครศรีวิชัย” กลับคืนมาจากชะวา ก็คือ “พังพระกาฬ”

เมื่อพ่อจตุคาม บอกมาเช่นนี้ ก็มีคนถามพี่เล็กว่า มีแบบไหม พี่เล็กบอกว่าแบบมีแต่ต้องหาก่อน จากนั้นจึงให้ทุกคนไปช่วยกันหาแบบพังพระกาฦ ได้รูปแบบมาแล้วจึงได้ให้ คุณเปี๊ยก พรชัยย เขียนแล้วให้ คุณเล็ก ขุนพันธุ์ ใส่ยันต์ลงไปทุกอย่างก็เรียบร้อยตามที่ได้เห็นกันในปัจจุบันนี้

ไม่รอช้าผมยิงคำถามต่ออีกว่า ทำไมวัตถุมงคลพ่อจตุคาม รามเทพ จึงต้องมีราหู แม้แต่รุ่นแรกปี 30 ยังมีราหู มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

พี่เล็กบอกว่าเมื่อครั้งที่เริ่มจะสร้าง วัตถุมงคลหลักเมืองปี 30 ในตอนนั้นทุกคนมึนตึบไมรู้ว่าจะใช้รูปแบบไหนดี

ขอเล่าย้อนไปเมื่อปี 2516 ได้ทำผ้ายันต์ให้ พ่อท่านกล่ำ ในรูปแบบของ ราหู 12 ตน (ท่านกล่ำเป็นหลวงอาของพระอาจารย์เกษม วัดชะเมา) และต่อมาในปี 2526 ก็ได้ทำผ้ายันต์ให้ พ่อท่านกล่ำ อีกครั้งในรูปแบบ ราหู 8 ตน พ่อท่านกล่ำรูปนี้ยังเป็นหลวงอาของ คุณเล็ก พลโทชำนาญ มณีวัฒน์ ซึ่งเป็นประธานฝ่ายจัดสร้างในขณะนั้นโดยมี พลตำรวจ ขุนพันธ์รักษ์ราชเดชเป็นเจ้าพิธี

ผ้ายันต์ที่ได้กล่าวมานี้มี พระอาจารย์เกษม วัดชะมา เป็นผู้ลงทุนทำทดแทนคุณให้กับหลวงอา ซึ่งในยุคนั้น โกผ่อง สกุลอมร และ โกฉ้า คุณอนันต์ แซ่ตัน ก็ยังเป็นศิษย็ใกล้ชิดพ่อท่านกล่ำอยู่

พอคณะผู้จัดสร้างศาลหลักเมืองนครศรีฯ จะทำวัตถุมงคลหลังเมือง ในเวลาเพียงน้อยนิดความคิดที่จะออกแบบเขคยนแบบไม่มี ในช่วงที่ฉุกเฉินนี้ต้องการแบบพิมพ์เป็นการด่วน คิดอะไรไม่ออก ก็เลยเอาผ้ายันต็สี่เหลี่ยมของพ่อท่านกล่ำมาเป็นรูปแบบก่อน เอารูป พ่อท่านกล่ำออกเอาพระบมธาตุใส่ลงแ ต่อมาก็อาราหู 8 ตนในผ้ายันต์ของพ่อท่านกล่ำใส่ลงไปก็เท่านั้นเอง

ลูกชายผู้สืบสายไสยเวทย์เขาอ้อของท่านขุนพันธุ์ กล่าวต่ออีกว่า แบบผ้ายันต์ของพ่อท่านกล่ำทั้งหมดผมมีอยู่ มีทั้งรูปราหู 8 ตน และ 12 ตน เนื่องจากในตอนนั้นมีผู้คนมาบูชาผ้ายันต์ทุกวัน ไม่ว่าใครจะเกิดวันไหนก็แล้วแต่ราหูจะให้คุณ ตามภูมิตำราของโหรบอกว่าพญาราหูถึงแม้ว่าจะเป็นยักษ์แต่เป็นยักษ์ที่ให้คุณแก่มวลมนุษย์ และคิดว่าต้องออกให้ชาวบ้านบูชาได้แน่นอน เลยทำผ้ายันต์รูปราหูให้พ่อท่านกล่ำ ออกให้บูชา

พอมาถึงรุ่นศาลหลักเมืองปี 30 คณะผู้จัดสร้างส่วนใหญ่ก็เป็นศิษย์อยู่กับพ่อท่านกล่ำ ก็เลยนำเอารูปแบบของพ่อท่านกล่ำมาเป็นต้รแบบ เอารูปพ่อท่านกล่ำออกเอารูปพ่อจตุคาม รามเทพ ใส่ลงไป และได้ราธนานิมนต์พ่อท่านกล่ำไปเป็นประธานสงฆ์ในพิธีหลักเมืองครั้งนั้นด้วย

ต่อมาในช่วงหลังๆ ก็มีผู้คนมาติดใจหลงชอบรูปแบบดังกล่าว ไม่ว่าใครจะสร้างอะไรก็แล้วแต่ในรูปแบบนั้น ผู้ที่เขียนแบบเขียนยันต์ก็คือ คุณเปี๊ยก พรชัย และ คุณเล็ก พันธรักษ์ราชเดช และก็ไม่เคยจดลิขสิทธิ์

ผู้เขียนยังถามต่ออีกว่า ราหู 8 ทิศมีความหมายอย่างไร ช่วยบอกให้ผู้ที่นำไปใช้ได้รู้บ้างเถอะพี่

พี่เล็กบอกว่า ..... เอาว่าไงว่ากัน!!! ลูกชายท่านขุนพันธ์จึงสาธรยายความหมายของราหู 8 ทิศ เคยคิดกันบ้านไหมว่า ทำไมผู้คนถึงตีกลองร้องเป่า ตีเกาะเคาะไม้ดีอกดีใจ ตอนเกิดราหูอมพระอาทิตย์ ราหูอมพระจันทร์ ทำไมต้องเอาสากกะเบือที่เขาใช้โขลกน้ำพริงไปทิ่มต้นไม้เพื่อขอให้ออกลูกดกๆ บางคนยกมือไหว้ขอให้มีลูกมีหลาน ทำไมต้องทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลกันขึ้น

ถ้าจะถามว่า จะเป็นจริงตามที่ขอหรือไม่? ตอบได้ตรงนี้เลยว่า “ไม่รู้” แต่เป็นความเชื่อของผู้คนมาแต่โบร่ำโบราณ และก็ได้ผลด้วย

จึงได้นำเหตุการณ์ที่ว่านี้เป็นตัวช่วย เอานิมิตดังกล่าวนี้มาคุยกันว่า พระราหูท่านช่วยอะไรได้ พระราหูตามตำนานที่รู้มาก็ตรึงตาตรึงใจพวกเราอยู่ รู้มาว่าท่านได้ดื่มน้ำอัมฤทธิ์อันวิเศษเข้าไป ใครจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ท่านจะไม่มีวันตาย

ด้วยความเชื่อที่ว่านี้เมื่อมีหลายๆ ดวงจิตในโลกมารวมกันเป็นนิมิตที่นำไปใช้แล้วก็ขอ จะเป็นอะไรมาบ้างก็แล้วแต่ แต่คนขอจะได้ผล พวกฝรั่งต่างชาติก็ยังมีพวกฝรั่งบอกว่าเป็นการหมุนของโลกแล้วจะเกิดเส้นๆ หนึ่งตัดกับเส้นรุ้งเส้นแวง ตรงนี้ที่ตัดกันนี่ของเราบอกว่ามันเกิด “ราหู” ฝรั่งเรียกว่า “โหนด” ตรงนี้ถ้าใครถูกใครโดนเข้าไป จะทำให้รวยได้ และก็ทำให้ฉิบหายได้เหมือนกัน ฝรั่งเขาก็ถือเหมือนเรา

ผมถามต่ออีกว่า เป็นเพราะอะไรเวลาทำพิธีดี พิธีถูกต้องมักจะเกิด พระอาทิตย์ – พระจันทร์ทรงกรดหรือ รุ้งกินน้ำ ทั้ง ๆ ที่แสงแดดแผดจ้า?

ลูกชายท่านขุนพันธ์บอกว่า เกิดจาการบนบานศาลกล่าวบวงสรวงด้วยเวทมนต์ ส่งขึ้นไปเบื้องบน เมื่อเบื้องบนรับพลังงานกระทบละอองน้ำพลิก ทำให้เป็นกระแส เรียกง่ายๆ ก็คือ การส่งมนต์ขึ้นเบื้องบน ข้างบนก็ส่งลงมา รวมตัวกันเป็นรุ้งกินน้ำ

อีกอย่างหนึ่งก็เกิดจากดาวนพเคราะห์บังดวงอาทิตย์ก็ทรงกรดเหมือนกันแต่จะทรงหลายวันและจะเกิดรังสีโซลูน่า

รังสีนี้ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจทำให้ตามบอดได้แต่มันจะส่งผลให้สมองมีความจำมีการระลึกได้ หมอที่มีชื่อเสียงของโลกหลายคนตาบอดเพราะรังสีโซลูน่าแต่สามารถรู้อนาคตนี่ก็ผลของทรงกลดซึ่งมีอยู่ 2 อย่างคือ

1. เกิดจากดาวนพเคราะห์บังดวงอาทิตย์สามารถรู้ล่วงหน้าได้เป็นปี กำหนดพิธีได้เลยอาศัยเพื่อการค้าขาย
2. เกิดขึ้นโดยมนต์สั่ง

ก่อนจบฉบับนี้ขอขอบคุณ อาจารย์เบิร์ด สุราษฏร์ ที่ได้พานักข่าวจากชมรมนักข่าวและช่างภาพพระเครื่องไปเยี่ยมชมบ้านพังพระกาฬที่นครศรีธรรมราช และพาไปรับประทานอาหารกลางวันกันอิ่มทุกคน และยังหาพระคาถาบูชาองค์พ่อจตุคาม รามเทพส่งมาให้หลายแบบ ผมเลยถือโอกาสลงให้ทั้งหมดใครจะใช้แบบไหนก็แล้วแต่นะครับ

พระคาถาบูชาองค์จตุคามราม แบบที่ 1 ท่อง นะโม 3 จบ

ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ ลูกขออำนาจฤทธิ์เดช บารมีท่านพ่อจตุคามรามเทพ พระโพธิสัตว์ ศรีมหาราช พังพระกาฬ ขอน้อมสักการะ สุริยันจันทรา จันทรภานุ (อธิฐานขอตามใจปรารถนา ครั้งละ 1 อย่าง)

แบบที่ 2 ท่อง นะโม 3 จบ
จะตุคามรามะเทวัง โพธิสัตตัง มะหาคุณัง มะหิทธิกัง อะหังปูเชมิ สิทธิลาโภ นิรันตะรัง

ข้าพเจ้าขอบูชา ท้าวจตุคามรามเทพโพธิสัตว์ ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ มีฤทธานุภาพไพศาล ขอความสำเร็จและ ลาภ จงมีแก่ข้าพเจ้า เป็นนิรันคร

แบบที่ 3 ท่อง นะโม 3 จบ

จะตุคามรามะเทวัง อะหังปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชา ท้าวจตุคามรามเทพโพธิสัตว์ ขอสรรพอันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลยฯ

การขอบารมีจากท่านนั้น ขอเพียงครั้งละ 1 อย่าง




ข้อมูล การชำระเงิน
โอนผ่านธนาคารที่สะดวก
จักรพันธ์ ณ ป้อมเพชร์
155-203827-0
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนวิทยุ (ออลซีซัน เพลส) กรุงเทพฯ
...หรือ...
245-0-38918-0
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ
...หรือ...
512-2-01601-0
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด LH BANK
สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ

นัดเจอกันแล้วชำระ
จักรพันธ์ ณ ป้อมเพชร์
512-2-01601-0
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด LH BANK
สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ กรุงเทพฯ

ชำระเงินแบบอื่นๆ
จักรพันธ์ ณ ป้อมเพชร์
245-0-38918-0
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเดอะมอลล์ ท่าพระ
กรุงเทพฯ

ข้อมูล การรับ-ส่งสินค้า
นัดเจอเพื่อมารับสินค้า
ธนาคารทั่วไป ส่งทางไปรษณี (EMS) ลงทะเบียนรับประกัน







สินค้าใกล้เคียง

พระบูชาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เน...

ไม่ระบุ ฿

สุวัสสพระเ

จตุคามรามเทพพิมพ์ใหญ่ พิเศษ รุ่นแรก ปี25...

3,500,000 ฿

สุวัสสพระเ

จตุคามรามเทพ พิมพ์เล็ก เนื้อขาวปัดนาก รุ...

350,000 ฿

สุวัสสพระเ

พระบูชาหลวงพ่อพรหม ถาวโร หน้าตัก5นิ้ว ปี...

ไม่ระบุ ฿

สุวัสสพระเ

พระบูชาหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ หน้าตักกว้า...

ไม่ระบุ ฿

สุวัสสพระเ

เหรียญพ่อท่านคลิ้ง โกหว่า ขายแล้วครับ

ไม่ระบุ ฿

สุวัสสพระเ





ขายโรงงาน , ขายโรงงาน , ซื้อขายพระเครื่อง , พระกริ่ง , ครีมหน้าใส , ซื้อของออนไลน์ , วอลเปเปอร์ , ขายรถป๊อป , ขายลาบาดอ , เว็บขายของ , โฆษณาฟรี , ทัวร์ยุโรป , joa cream pack , ความสวย ความงาม , รีวิวเครื่องสำอาง , แต่งหน้า , ทรงผม , ทำเล็บ , เสื้อผ้าแฟชั่น , ความรัก , ดูดวง , กินเที่ยว , วาไรตี้ , ข่าวใหม่ , ข่าวดารา , ท่องเที่ยว , สถานที่ท่องเที่ยว , การเดินทาง , รีวิวโรงแรม , รีวิวอาหาร , รีวิวร้านอาหาร