ถ้าไม่อยากพลาด!! ต้องอ่าน 8 เรื่องที่สาวๆ ยัง "ไม่ควรเล่า" ในเดทแรก

เข้าชม : 8   |  





#1 แฟนเก่าโรคจิต 

หัวข้ออันตราย / ต้องห้ามมากที่สุดในการเดทคือ " แฟนเก่า " ( ในกรณีที่เคยมีแฟนมาก่อน ) 
ยิ่งถ้าจบแบบไม่สวยล่ะก็ พยายามเลี่ยงให้มากที่สุดจะดีกว่า แต่หากคุยไปคุยมาแล้ว
ต้องวกกลับมาเรื่องนี้จริงๆ ก็ให้คุยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปกติธรรมดา 
บอกแค่ว่า " อ๋อ เราไปกันไม่ได้น่ะ " ก็พอ

อย่าทำหน้าตื่นแล้วรีบโพล่งว่า " อ๋อ! แฟนเก่าของฉันน่ะเหรอ ช่วงเลิกกันใหม่ๆ 
เขาโทรหาฉันทุกคืนเลย โทรมาว่าไงรู้ไหม แกกล้ามากที่บังอาจเลิกกับฉัน
ตายศพไม่สวยแน่" หรือ " เขาเคยกระโดดขวางหน้ารถไม่ให้ฉันขับหนีด้วย 
ดีนะที่ไม่ชน แต่ก็เข้าโรงพยาบาลไปหลายเดือน " หรือ 
" ครั้งล่าสุดที่เขาเห็นฉันอยู่กับแฟนใหม่ ผู้ชายคนนั้นรักษาตัวอยู่ ยังไม่ออกมาเลย 
" คู่เดทของเธอคงไม่อยากเป็นตัวตายตัวแทนแฟนใหม่คนนั้นแน่นอนค่ะ

อีกเหตุผลหนึ่งคือ บางคนจะแอบคิดไปว่า การที่เรามี 

" แฟนเก่า " แปลว่าเราต้องมีบางสิ่งที่ไม่ดี ผู้ชายจึงขอเลิก 
ดังนั้นพยายามอย่าเน้นเรื่องนี้มากดีกว่า

#2 ความชอบ / รสนิยมแปลกๆ ที่น่ากลัว 

ไม่มีใครอยากรู้ว่าสาวสวยน่ารักตรงหน้าชอบแส้ กุญแจมือ 
น้ำตาเทียนตั้งแต่คุยกันในเดทแรกหรอกนะ! ผู้หญิงบางคนมีรสนิยมและความชอบแปลกๆ 
ที่ใครก็ไม่อาจเข้าถึง โดยเฉพาะสาวสาย " มโน " มีเพื่อนแท้เป็นหนังสือนิยาย
และเกมเรท 18+ สมองเพริดแพร้วไปด้วยจินตนาการแบบสุดขั้ว 
( นึกถึงห้องแดงใน Fifty Shade of Grey แล้วจะเข้าใจ ) 

ถ้าเธอเริ่มพูดถึงคำว่า " จริงๆ เราชอบความเจ็บปวดน่ะ เนี่ย 
ที่บ้านก็มีแส้อยู่ด้ามนึง พรีออเดอร์มา กลัวคนหาว่าเป็นโรคจิต... " 
เธอคิดว่าเจ้าหนุ่มข้างหน้าจะทำสีหน้าอย่างไร แน่นอนว่าเขาจะเปลี่ยนมุมมอง
ที่มีต่อเธอทันที จากสาวหวานแบ๊วๆ เป็นสาว Sadism ที่ต้องถอยหนีให้ไกล 
ผู้ชายบางคนก็ไม่เข้าใจคำว่าล้อเล่น เพราะเขายังไม่รู้จักเธอดีพอไงล่ะ

สงบปากสงบคำ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้จนกว่าจะสนิทจนถึงขั้นร่วมหอลงโรง 
ถ้าเขาบังเอิญถามขึ้นมาจริงๆ ก็บอกแค่ " ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก เราไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ " 

#3 ลักษณะของครอบครัว / นิสัยคนที่บ้าน 

เพิ่งเจอหน้าผู้ชาย อย่าเพิ่งสาธยายเล่าประวัติครอบครัว ดราม่าชีวิตตั้งแต่เกิดจนโต 
ครอบครัวยากจนปากกัดตีนถีบ ต้องสู้รบกับคนโน้นคนนี้จนกว่าจะตั้งตัวได้ 
และอีกหลายเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาจนหนุ่มๆ ต้องเบะปากมองบนเลยนะคะ! 
นี่ไม่ใช่รายการวงเวียนชีวิต อย่าทำลายบรรยากาศหวานๆ ด้วยเรื่องเศร้า 
เผลอๆ เขาจะรำคาญจนตีตัวออกห่างเลยด้วยซ้ำ

ในทางกลับกัน ถ้าครอบครัวไม่มีปัญหาเรื่องความยากจน 
ก็อย่าเล่าเรื่องปัญหาภายในครอบครัว นิสัยแปลกๆ ของคนในบ้าน 
เช่น ชอบตะโกน เตะข้าวของอย่างไม่มีเหตุผล เพราะจะยิ่งทำให้เขา
กลัวและอยากไปให้พ้นๆ จากเดทนี้เสียที

ถ้าเขาถามว่า " ที่บ้านเธอเป็นประมาณไหนเหรอ " ให้ตอบว่า 
" ก็เหมือนครอบครัวทั่วไปแหละ " ด้วยสีหน้ายิ้มๆ อย่าเพิ่งขยายรายละเอียด 
เขาจะได้ไม่ต้องถามต่อให้เจอคำตอบน่าสะพรึงไงล่ะ

#4 งานอดิเรก / ของสะสมแปลกๆ 

เราเชื่อว่าทุกคนย่อมต้องมีของสะสมแปลกๆ ในวัยเด็กกันทั้งนั้น 
( หรือบางคนก็สะสมมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเลย ) เช่น 
ตัวแมลงสตาฟฟ์แข็งเก็บใส่กรอบไว้เป็นคอลเลคชั่น, 
ถุงขนมหรือกล่องนมลายแปลกๆ ตามเทศกาลที่กินแล้ว, 
ตุ๊กตาซอมบี้หน้าเฟะๆ เรียงรายเป็นตู้, เส้นผมมนุษย์จากทุกสถานที่เวลาไปเที่ยว 
และอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่จะคิดได้ จำไว้ว่า อย่าเพิ่งเล่าให้เขาฟัง!

ถ้าเป็นของสะสมน่ารักๆ อย่างตุ๊กตาสัตว์ กระปุกออมสิน ฟิกเกอร์
ผ้าเช็ดหน้าก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่ถ้าผู้ชายได้ยินว่าเธอสะสม 
" เศษเล็บของตัวเองตั้งแต่เด็กจนโต " คิดว่าเขาจะยิ้มด้วยความดีใจไหมล่ะ 
จะมองว่าเธอเป็นยัยเพี้ยนและอยากวิ่งหนีให้ไกลเสียมากกว่า

ผู้ชายบางคนกลัวในสิ่งแปลกๆ เช่น กลัวตุ๊กตา ถ้าเธอรีบเล่าไปแล้วว่า 
" เรามีตุ๊กตาอยู่เต็มตู้ที่บ้านเลย อยากไปดูไหม " เขาคงทำหน้าสะพรึง 
หวาดกลัวเหมือนเธอจะงับหัวเขายังไงยังงั้น! ถ้าเขาถามก็ทำเงียบๆ
หรือตอบสิ่งที่ดูปกติไป ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะอ้างอะไร 
เราแนะนำว่า " สะสมเงิน " ค่ะ


#5 โพล่งบอกไปตรงๆ ว่า " ฉันตกหลุมรักนายตั้งแต่แรกพบ " 

" นายรู้ไหมว่า ฉันตกหลุมรักนายตั้งแต่แรกพบเลยนะ " 
อย่าเพิ่งพูดคำนี้ต่อหน้าหนุ่มที่เพิ่งรู้จักเด็ดขาด! 
ผู้หญิงออกตัวแรงอาจเป็นสเปคของผู้ชายหลายคน 
แต่ถ้าเรายังไม่รู้นิสัยของคนตรงหน้า ทำตัวปกติ นิ่งๆ 
เรียบร้อย play safe ไว้ก่อนดีกว่า! 

นึกถึงหน้าผู้ชายที่ซีดขาว สตั๊นด้วยคำพูดรัวๆ ของเธอว่า 
" ทำไมนายถึงหล่อได้ขนาดนี้นะ ปากนิดจมูกหน่อย 
นึกว่าพระเอกหลุดออกมาจากนิยาย เห็นนายครั้งแรกหัวใจฉันแทบจะหยุดเต้น 
หยุดหายใจ โอ๊ย อายจัง " ( ไม่ต้องอายแล้วล่ะแม่คุณ มาเต็มซะขนาดนี้ ) 
ถ้าหนุ่มคนนี้เป็นคนตลก อารมณ์ดีก็แล้วไป แต่ถ้าเขาเกิดกลัว
จนชิ่งหนีไปก่อนล่ะก็ เสียดายได้อีกนะจ๊ะ

อย่าทำตัวเหมือนคนโรคจิตที่จ้องจะกลืนกินผู้ชายอยู่ตลอดเวลา
จะหน้าแดงด้วยความเขินอายบ้างก็ได้ แต่จงแสดงออกทางสีหน้า 
ไม่ใช่คำพูด! กรณีที่แย่ที่สุดคือเขาอาจมองว่าเธอ " ง่าย " ซึ่งไม่โอเคแน่นอน

#6 พูดถึงอนาคตของตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้า 

เพิ่งจะเจอหน้ากันแค่ไม่กี่นาที ยัยนี่ก็พร่ำเพ้อเรื่องอนาคตที่มีร่วมกัน 
( ใครไปตกลงกับเธอไม่ทราบ!? ) ซะแล้ว นั่งบนเก้าอี้ก้นยังไม่ทันร้อน 
แม่เจ้าประคุณก็เริ่มพูดถึงธีมสีงานแต่งงาน จะชวนแขกมากี่คน 
จะเสิร์ฟอาหารบุฟเฟ่ต์หรือโต๊ะจีน ฮันนีมูนที่เมืองไทยหรือต่างประเทศ แต่งกี่ปีจะมีลูก
ลูกชายลูกสาวกี่คน แล้วเราจะมีความสุขตลอดไป ตื่นค่ะ! ( ดีดนิ้วแบบเมนเทอร์ลูกเกด )

ผู้ชายที่อารมณ์ดี ไม่คิดเยอะก็คงหัวเราะขำๆ ไป 
แต่ถ้าเจอคนซีเรียส เขาจะรู้สึกกดดันและสับสนกับความเพ้อเจ้อของเธอ
และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่า " ฉันไม่คบยัยต๊องนี่หรอก " 

ถ้าเขาเป็นฝ่ายเริ่มหัวข้อนี้ขึ้นมาเอง ก็แค่พูดว่า " อนาคตเหรอ 
ยังไม่ได้คิดไกลขนาดนั้นหรอก แค่มีบ้าน มีรถ มีงานดีๆ ทำก็พอแล้วล่ะ อ้อ! 
ถ้ามีคนอยู่เคียงข้างกันด้วยก็ดีนะ " ตอบได้เยี่ยมมาก! เพราะนั่นคือ
สิ่งที่ใกล้ความจริงที่สุด ไม่เพ้อเจ้อ และมีทางเป็นจริงได้จากมุมมองของคนถามค่ะ

#7 ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว 

ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ไม่ว่าเธอจะมีปัญหากับที่บ้าน 
ห่างเหินสุดขีดขนาดไม่คุยกันมาเป็นปีๆ แล้ว หรือตัวติดกันตลอดเหมือนเป็นลูกแหง่ 
ก็อย่าเพิ่งพูดให้คู่เดทฟังจนหมดเปลือก รอให้สนิทกันกว่านี้ก่อนจะดีกว่า

ถ้าเธอไม่สนิทกับพ่อแม่ บอกแค่ว่า " อ๋อ ก็คุยกันบ้าง " 
ดีกว่าบอกว่า " แม่มีพ่อใหม่ หนีออกจากบ้านไปเป็นปีแล้วล่ะ " 
( ถ้าตอบอย่างหลัง บรรยากาศมาคุครอบงำแน่นอน ) 

หรือถ้าเธอไม่ค่อยมีเพื่อน ตัวติดกับพ่อแม่ได้อีก 
ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นลูกแหง่ไม่ยอมโต ก็บอกแค่ว่า 
" สนิทแหละ ก็คุยกันทุกวัน " ก็พอแล้ว

จำไว้ว่าครั้งแรกของทุกอย่าง จงเดินทางสายกลาง ไม่ตึงไม่ล้นจนเกินไปค่ะ

#8 บอกว่าตัวเอง " ทำงานบ้านไม่เป็น " 

ถึงโลกในยุคสมัยนี้จะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แต่ยังไงผู้ชายก็มองว่าสาวๆ 
ควรมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนอยู่บ้าง นิดหน่อยก็ยังดี! อย่างน้อยเธอก็ควรจะล้างจาน 
เอาผ้าเข้าเครื่อง ตากผ้า รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้านถูบ้านได้เอง
ทำอาหารเมนูง่ายๆ ได้บ้าง ไม่ใช่จ้างแม่บ้านตลอดเวลา 

ถ้าเขาถามแล้วเธอตอบไปตรงๆ ว่า " ต้มไข่ยังทำเปลือกแตกเลย ",
" ผ้าเหรอ ส่งซักตลอดแหละ ใครจะอยากทำเอง เหนื่อยจะตาย " 
เขาจะเริ่มหาทางปลีกตัวออกห่าง เพราะหากต้องแต่งงานกันไป
คงเหมือนรับเธอมาเป็นภาระอีกคนน่ะสิ ทำงานบ้านยังไม่เป็น จะเลี้ยงลูกไหวได้ยังไง

ถ้าเธอโตจนพอทำงานบ้านได้แล้ว แต่ยังซักผ้าไม่เป็นก็ต้องพิจารณาตัวเองได้แล้วนะคะ! 
ถึงเธอจะเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย แต่ก็ควรทำงานหลักๆ ให้เป็น 
ถ้าเธอมีโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ เธอก็ต้องหัดทำเองอยู่ดี 
เพราะเขาเรียกว่า " ความรับผิดชอบ " ค่ะ

คำว่า " เดทแรก " ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเพิ่งทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก! 
ดังนั้นจงอย่าเพิ่งเผยตัวตนกากๆ เกรียนๆ หรือแปลกประหลาดให้คู่เดทต้องตะลึงจะดีกว่า 
ผู้ชายหลายคนที่พร้อมจะยอมรับตัวตนของคนรักได้ 
แต่นั่นก็ต่อเมื่อเขาตกหลุมรักเธอไปแล้ว ซึ่งการตกหลุมรักก็ต้องมาจาก 
First impression และการเผยด้านดีของเธอออกมาก่อนอยู่ดี

เก็บความชอบ รสนิยมส่วนตัว หรือความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แปลกประหลาดเอาไว้ก่อน 
คุยแต่เรื่องในแง่ดี เผยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความน่ารักที่มีในตัวเข้าไว้ หว่านเสน่ห์ใส่ไว้ก่อน 
แล้วค่อยๆ เผยตัวตนจริงในเดทครั้งต่อไป ถ้าเข้ากันไม่ได้จริงๆ
ก็ค่อยปรับสถานะเป็นเพื่อนก็ยังไม่สายค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้สาวซิสต้าทุกคนสมหวังในรักนะคะ ?

ที่มา : http://www.lovepanky.com/flirting-flings/dating-game/white-lies-on-first-date
แชร์จาก : http://sistacafe.com/summaries/
ภาพจากอินเตอร์เน็ต



ข่าวล่าสุดหมวด ความรัก















บทความใหม่














แจ้งลบเนื้อหา / แนะนำติชม: PlazaThai@outlook.com | ติดต่อลงโฆษณา: PlazaThai@outlook.com | © 2020 All right reserved. |